เอกสารใดๆ ของทางราชการ ถ้าเกิดสูญหาย สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่ต้องใช้อ้างอิง
ในกรณีถูกล้วงกระเป๋า บัตรและเอกสารทุกอย่างสูญหาย สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงก่อนก็คือ การอายัดบัตรเครดิต บัตร ATM หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวโยงไปถึงธุรกรรมทางการเงินของเรา
บัตรเครดิตควรถุกดำเนินการเป็นอันดับแรก เพราะเป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันที สามารถโทรเข้า call center ของบัตรนั้นๆ เพื่อทำการอายัด หลังจากนั้นค่อยโทรอายัดบัตร ATM
สิ่งที่จะทำให้เราอายัดบัตรได้อย่างรวดเร็วนั่นก็คือ การที่เราสามารถจำหมายเลขบัตรประชาชนได้ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าที่ข้อมูลตัวตนของเราได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากทำการอายัดบัตรเกี่ยวกับการเงินทุกประเภทแล้ว และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจขอสำเนาบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่บางหน่วยงานต้องการอ้างอิง
ทำบัตรประชาชน
ถ้าหากบัตรประชาชนสูญหาย สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือการทำบัตรประชาชน เพราะจะเป็นสิ่งที่เราต้องนำไปใช้ประกอบในการขอบัตรและเอกสารต่างๆ ของทางราชการและเอกชน สิ่งที่ต้องนำไปติดตัวไปด้วยในการขอทำบัตรประชาชนใหม่ก็คือ ทะเบียนบ้านตัวจริงพร้อมสำเนา 1 ชุด ไปเขียนคำร้องขอทำบัตรประชาชนใหม่ได้ทุกที่ แล้วแต่ความสะดวกของเรา ค่าทำบัตรใหม่อยู่ที่ 100 บาท
บัตรเครดิต
โดยปรกติ หลังจากที่เราอายัดบัตรเครดิตที่สูญหายแล้ว ทางธนาคารจะดำเนินการทำบัตรใหม่ส่งให้เรา อาจต้องทำการยืนยันหลังจากที่เราได้รับบัตรใหม่ ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารที่อาจจะมีวิธีการดำเนินการที่ต่างกัน ซึ่งจะมีเอกสารบอกวิธีปฏิบัติส่งมาพร้อมกับบัตรก็ให้ปฏิบัติตามนั้น ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการทำบัตรใหม่(บางธนาคารอาจเสียหรือเปล่า ตรงนี้ผมไม่ทราบน๊ะครับ)
บัตร ATM
สิ่งที่ต้องใช้ในการขอทำบัตร ATM ใหม่คือ บัตรประจำตัวประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร สามารถดำเนินการทำบัตรใหม่ได้ทุกสาขา(ถ้าไม่ลำบากมากให้ไปสาขาที่ตรงกับสมุดบัญชีดีกว่าครับ) ค่าใช้จ่ายในการทำบัตร ATM ใหม่จะเท่ากับการทำบัตรใหม่ตามชนิดของบัตรเริ่มตั้งแต่ 150 บาทขึ้นไป(อาจมีถูกกว่านี้หรือเปล่าผมไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของบัตร)
*บางธนาคารอาจมีข้อเสนอพ่วงมากับบัตร ตรงนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเราเองว่าต้องการหรือเปล่า แน่นอนว่าค่าทำเนียมรายปีจะเพิ่มขึ้นถ้าเราต้องการบริการพ่วง ถ้าเราไม่มีความจำเป็นที่จะใช้บริการใดๆ นอกเหนือจากการกดเงิน ให้บอกธนาคารว่า "เลือกบัตรที่ค่าทำเนียมรายปีถูกที่สุด" ถ้าไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ หรือมีการยัดเยียด ลองเปรียนไปทำสาขาอื่นดูครับ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องเกรงใจ บัตรของเรา เงินของเรา เรื่องของเราน๊ะครับ
ใบขับขี่
ใช้เอกสารบัตรประชนชน พร้อมสำเนา 1 ชุด ต่อ 1 ใบขับขี่ ไปขอทำใบขับขี่ใหม่ ที่ขนส่งได้ทุกที่ อยู่ตรงไหนบ้างก็หาดูกันเอาเองครับ ไม่น่าจะหายาก เดี๋ยวบางคนอาจจะงง(ไม่น่าจะมีน๊ะ) ว่า ขนส่ง ในที่นี้ไม่ใช่ขนส่งแบบขนส่งหมอชิต ขนส่งแบบมีรถโดยสารให้คนนั่งน๊ะครับ มันคือขนส่งที่เราไปต่อทะเบียนรถ ทำใบขับขี่ ไปสอบใบขับขี่ ไปอบรมการจราจร
ให้เรากรอกเอกสารเพื่อขอทำใบขับขี่ใหม่ อาจต้องใช้เวลาเยอะในกระบวนการ เพื่ออาจรอคิวค่อนข้างนาน เนื่องจากคนเยอะ(บางแห่ง) ควรเผื่อเวลาไว้ซัก 2-3 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ใหม่อยู่ที่ 255 บาทต่อใบ
บัตรอื่นๆ
อาจจะมีบัตรอื่นๆ ที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน อาจจะสำคัญมากบ้างน้อยบ้างก็ให้ดำเนินการหลังจากที่เราทำบัตรต่างๆ ข้างต้นเสร็จสิ้นแล้ว
สิ่งที่ผมทราบมา ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ บัตร ATM บัตรเครดิต ไม่ต้องใช้ใบบันทึกประจำวันจากตำรวจ แต่อย่างไรก็ตาม เราควรจะทำการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเผื่อไว้ก่อนจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังเป็นหลักฐานที่ว่า บัตรต่างๆ ของเราได้สูญหายไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม หากจะมีใครบางคนที่อาจจะนำบัตร เอกสารที่สูญหายนั้นไปทำสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เราก็จะมีหลักฐานว่า นั่นไม่ใช่ตัวเรา เพราะเรามีบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานอยู่แล้ว
Sunday, May 21, 2017
Wednesday, February 12, 2014
อัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมงวดเดือนมกราคม 2557 เป็นต้นไป เดือนละ 432 บาท
ตามที่ สำนักงานประกันสังคมได้ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2556 ในส่วนของผู้ประกันตนสมัครใจมาตรา 39 โดยจัดเก็บเงินสมทบตั้งแต่งวดเดือนมกราคา - งวดเดือนธันวาคม 2556 เดือนละ 336 บาทนั้น สำนักงานประกันสังคมให้จัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมผู้ประกันตนสมัครใจมาตรา 39 ตั้งแต่งวดเดือนมกราคา 2557 เป็นต้นไป ในอัตราเดิม คือ เดือนละ 432 บาท สำหรับประโยชน์ทดแทน 6 กรณี เป็นไปตามกฏหมายกำหนด
เพราะฉะนั้น ในปี 2557 เราผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบในอันตราเดิม คือ 432 บาทต่อเดือน จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
เพราะฉะนั้น ในปี 2557 เราผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบในอันตราเดิม คือ 432 บาทต่อเดือน จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
By:
admin
On 8:26 AM
Wednesday, April 3, 2013
ด่วนที่สุด!!! การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๖
ได้รับจดหมาย ด่วนที่สุด จากสำนักงานประกันสังคมดังนี้
เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๖
เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๘
- ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖
ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมาราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ให้นำสงเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
จำตัวเลขให้แม่นน๊ะครับ ๓๓๖ บาทจนถึงงวนเดือนธันวาคม ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดรายจ่าย ถึงจะไม่มากก็คิดรวมทั้งปีก็พอสมควรครับ
By:
admin
On 7:29 AM
Sunday, March 10, 2013
ปี 2556 ประกันสังคมขยายเวลาลดอัตราการส่งเงินสมทบเป็น 336 บาท
ความจริงแล้วไม่ได้ทราบข่าวนี้มาก่อน เมื่อวานไปชำระเงินสมทบประกันสังคมที่ธนาคารกรุงไทย เขียนใบนำฝากสีเหลืองเป็นจำนวนเงิน สี่ร้อยสามสิบสองบาท(432) พอถึงคิวตามที่กดบัตรคิวก็เข้าช่องไปยื่นจ่ายตามระเบียบ แต่พนักงานรับฝากพูดอะไรได้ยินไม่ถนัด ถามซ้ำอีกครั้งบอกว่า ตรงนี้จะจ่ายเป็น "สามร้อยสามสิบหกบาทครับ" "เขาเพิ่งมีประกาศลดอัตราสมทบ" ผมเอ่ยขึ้นว่า "ปรกติก็น่าจะมีหนังสือมาก่อน เดือนก่อนยังจ่าย 432 บาทอยู่นี่ครับ" "เดี๋ยวเขาคงมีวิธีคืนเงินมาให้แหละครับ" "ผมก็ตอบกลับว่า ดีจริงๆ อยู่ๆ ก็เหมือนมีเงินใช้อีกร้อยหนึ่ง"
วันนี้เข้าไปเช็คที่เว็บไซด์ประกันสังคมเพื่อดูว่ามีข่าวเกี่ยวกับการลดอัตราการส่งเงินสมทบหรือเปล่า ปรากฏว่า ไม่เห็นแม้เงา นึกหวั่นใจว่าธนาคารจะมั่วหรือเปล่าเดี๋ยวเราจะซวยก็เลยต้องค้นหาข้อมูลสรุปว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม” เป็น 336 บาทในปี 2556 เพราะต้องการช่วยเหลือนายจ้างมาจากเหตุเรื่อง การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน 300 บาท ทั่วประเทศ
เอ๊ะ...แล้วมีผลกับเราด้วยหรือเปล่า เพราะเราอยู่ในมาตรา 38 ก็คงต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป แต่ผมว่า ข้อมูลแบบนี้เว็บไซด์ประกันสังคมที่น่าจะเป็นทางการกับไม่มีข่าวซ่ะนี่ อยากให้ปรับปรุงสื่อทางด้านนี้ให้มากกว่านี้หน่อย หรือว่าผมหาไม่เจอเอง...
By:
admin
On 7:54 PM
Sunday, December 16, 2012
บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลประจำปี 2556
ได้รับจดหมายสดๆ ร้อนๆ จากประกันสังคมพร้อมทั้งบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลประจำปี 2556 ใจความของจดหมายมีดังต่อไปนี้
เรื่อง บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล
เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๘
สิ่งที่ส่งมาด้วย บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล
ด้วยบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลของท่านจะหมดอายุในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] จึงออกบัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับใหม่ที่เริ่มใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นระยะเวลา ๒ ปี (สิ่งที่ส่งมาด้วย) โดยระบุสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เดิม ยกเว้นสถานพยาบาลเดิมไม่เข้าเป็นสถานพยาบาลประกันสังคมปี ๒๕๕๖ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] ได้จัดสถานพยาบาลทดแทนให้ท่าน หากท่านมีความประสงค์ที่จะเลือกสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นคำขอตามแบบ สปส.๙-๐๒ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งสถานพยาบาลที่เลือกต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
(๑) สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่ประจำทำงานหรือเขตจังหวัดรอยต่อของจังหวัดที่ประจำทำงาน หรือ
(๒) สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่พักอาศัยหรือเขตจังหวัดรอยต่อของจังหวัดที่พักอาศัย
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ในส่วนนี้ก็น่าจะรวมไปถึง ความต้องการในการเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่สำหรับผู้ประกันตนด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ประกันตน อย่างไรก็ตาม ควรโทรสอบถามไปยังประกันสังคมจังหวัดที่เราใช้บริการอยู่น๊ะครับ
By:
admin
On 12:49 PM
Thursday, June 28, 2012
อัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมใหม่งวดเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2555
อ้างอิงจากเนื้อหา ด่วนที่สุด!!! - การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555 จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะดังนี้
- ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท
การส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม คือ การให้ใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง ความหมายก็คือ สมมติว่าวันนี้คือเดือน กรกฎาคม เพราะฉะนั้น การส่งเงินสมทบจะเป็นของเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นงวดสุดท้ายที่เราจะส่งเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 240 บาท ส่วนในเดือนถัดไป คือ เดือนสิงหาคม จะเป็นการส่งเงินสมทบของงวดเดือนกรกฎาคม จำนวนเงิน 336 บาทจนถึงสิ้นปี
ขออัปเดทสั้นๆ เพื่อเตือนความจำแค่นี้ครับ...
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
- ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท
การส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม คือ การให้ใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง ความหมายก็คือ สมมติว่าวันนี้คือเดือน กรกฎาคม เพราะฉะนั้น การส่งเงินสมทบจะเป็นของเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นงวดสุดท้ายที่เราจะส่งเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 240 บาท ส่วนในเดือนถัดไป คือ เดือนสิงหาคม จะเป็นการส่งเงินสมทบของงวดเดือนกรกฎาคม จำนวนเงิน 336 บาทจนถึงสิ้นปี
ขออัปเดทสั้นๆ เพื่อเตือนความจำแค่นี้ครับ...
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
By:
admin
On 11:01 AM
Wednesday, March 7, 2012
งานของผม ผลของงาน กับความพยายามที่ไม่ได้สำเร็จเพียงข้ามคืน
กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงที่แทบจะไม่มีเอาซ่ะเลย
นี่ก็ล่วงเลยมากว่า 3 ปีที่ผมตกงาน จนทุกวันนี้ผมก็ยังบอกกับใครๆ ว่า "ตกงาน" อยู่ร่ำไป เพราะในสายตาของคนทั่วไป การมีงานทำคือต้องออกไปทำงาน ต้องตื่นเช้า ต้องมีกิจวัตรเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไป
แต่สำหรับผมแล้ว ไม่เลย
ผมมีงานทำ ผมทำมากว่า 2 ปี เป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทน อีกทั้งต้องศึกษาหาความรู้ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้เข้าใจท่องแท้
คงมีไม่กี่คนที่เข้าใจว่า "งานออนไลน์" มันมีอยู่จริง งานที่ทำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขอให้มีอินเตอร์เน็ตใช้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ก็สามารถทำงานได้
อย่างเช่นบล็อกนี้ก็ถือว่าเป็นงานออนไลน์อย่างหนึ่งที่สามารถทำเงินได้ แต่เป็นจำนวนเงินเล็กน้อยเท่านั้น นั่นก็คือ การแปะโฆษณาของกูเกิ้ล เฉลี่ยแล้วมีรายรับจากบล็อกนี้ประมาณเดือนละ 1 พันบาท
แต่งานหลักของผมไม่ใช่ในรูปแบบนี้ แต่เป็นการขายของออนไลน์ ที่ไม่ต้องมีสินค้า ที่ไม่ต้องมีกระบวนการจัดส่ง เพียงแค่เป็นสื่อกลางในการซื้อสินค้า ยิ่งเขียนก็ยิ่งงง สรุปกันเลยว่า ผมขายของให้เว็บ "อเมซอน" เว็บอีคอมเมอร์สที่่ใหญ่ที่สุด ณ เวลานี้ รายได้ก็มาจากค่าคอมมิสชั่นที่เราสามารถขายได้
ผมมีรายได้แค่ไหนจากการขายของให้อเมซอน บอกเป็นตัวเลขคร่าวๆ ได้ว่า "หกหลัก" ซึ่งก็ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตในรูปแบบที่ผมต้องการได้ และดีกว่าการทำงานประจำ คือมีเวลามากขึ้น สามารถเลือกเวลาในการทำงานได้ สามารถเลือกเวลาที่จะตื่นนอนได้
ผมสามารถหาเงินออนไลน์จนมีรายได้ "หกหลัก" มากกว่า 2 ปีแล้ว แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากกว่า 1 ปี หรือประมาณปีครึ่ง เพื่อค้นหา ศึกษา ทดลอง ทดสอบอะไรหลายๆ อย่าง ยอมรับว่าท้อและรู้สึกหมดแรงหมดกำลังในช่วงแรกๆ ที่ตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ แต่เป็นเส้นทางที่ต้องเลือก เพราะไม่ต้องใช้เงินลงทุนอะไร หรือลงทุนน้อยมาก อีกทั้งผลตอบแทนก็มากพอที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด
ระยะหลังผมไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเขียนบล็อกนี้เท่าไรนักเนื่องจากติดภาระกิจของการทำงานออนไลน์ เพราะการทำงานในลักษณะนี้ต้องมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสายตาที่อาจจะสร้างปัญหาได้ในอนาคตเนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นระยะเวลานานๆ
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจสำหรับคนที่กำลังตกงานว่า "อย่าท้อ" วางแผนในการทำงานให้ดี เลือกงานที่เราชอบหรือรักที่จะทำ และจงทำมันให้ถึงที่สุด หลายคนไม่สามารถไปได้ถึงฝันเพราะหยุดกลางคัน หรือหยุดที่ก้าวสุดท้ายก่อนถึงความสำเร็จ เพราะความอ่อนล้า ท้อแ้ท้ หรืออ่อนแรง
จงเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่เราตัดสินใจไว้แล้วให้ดีที่สุด สุดความสามารถ สุดชีวิต ความสำเร็จรอเราอยู่ และจงเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เหมือนกับผมที่เชื่อมาตลอดว่า ผมจะยึดงานออนไลน์เป็นอาชีพหลักให้ได้ และผมก็ทำมันได้ในที่สุด
นี่ก็ล่วงเลยมากว่า 3 ปีที่ผมตกงาน จนทุกวันนี้ผมก็ยังบอกกับใครๆ ว่า "ตกงาน" อยู่ร่ำไป เพราะในสายตาของคนทั่วไป การมีงานทำคือต้องออกไปทำงาน ต้องตื่นเช้า ต้องมีกิจวัตรเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไป
แต่สำหรับผมแล้ว ไม่เลย
ผมมีงานทำ ผมทำมากว่า 2 ปี เป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามและความอดทน อีกทั้งต้องศึกษาหาความรู้ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้เข้าใจท่องแท้
"ผมทำงานออนไลน์"
คงมีไม่กี่คนที่เข้าใจว่า "งานออนไลน์" มันมีอยู่จริง งานที่ทำอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขอให้มีอินเตอร์เน็ตใช้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ก็สามารถทำงานได้
อย่างเช่นบล็อกนี้ก็ถือว่าเป็นงานออนไลน์อย่างหนึ่งที่สามารถทำเงินได้ แต่เป็นจำนวนเงินเล็กน้อยเท่านั้น นั่นก็คือ การแปะโฆษณาของกูเกิ้ล เฉลี่ยแล้วมีรายรับจากบล็อกนี้ประมาณเดือนละ 1 พันบาท
แต่งานหลักของผมไม่ใช่ในรูปแบบนี้ แต่เป็นการขายของออนไลน์ ที่ไม่ต้องมีสินค้า ที่ไม่ต้องมีกระบวนการจัดส่ง เพียงแค่เป็นสื่อกลางในการซื้อสินค้า ยิ่งเขียนก็ยิ่งงง สรุปกันเลยว่า ผมขายของให้เว็บ "อเมซอน" เว็บอีคอมเมอร์สที่่ใหญ่ที่สุด ณ เวลานี้ รายได้ก็มาจากค่าคอมมิสชั่นที่เราสามารถขายได้
ผมมีรายได้แค่ไหนจากการขายของให้อเมซอน บอกเป็นตัวเลขคร่าวๆ ได้ว่า "หกหลัก" ซึ่งก็ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตในรูปแบบที่ผมต้องการได้ และดีกว่าการทำงานประจำ คือมีเวลามากขึ้น สามารถเลือกเวลาในการทำงานได้ สามารถเลือกเวลาที่จะตื่นนอนได้
ผมสามารถหาเงินออนไลน์จนมีรายได้ "หกหลัก" มากกว่า 2 ปีแล้ว แต่ต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากกว่า 1 ปี หรือประมาณปีครึ่ง เพื่อค้นหา ศึกษา ทดลอง ทดสอบอะไรหลายๆ อย่าง ยอมรับว่าท้อและรู้สึกหมดแรงหมดกำลังในช่วงแรกๆ ที่ตัดสินใจเดินบนเส้นทางสายนี้ แต่เป็นเส้นทางที่ต้องเลือก เพราะไม่ต้องใช้เงินลงทุนอะไร หรือลงทุนน้อยมาก อีกทั้งผลตอบแทนก็มากพอที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด
ระยะหลังผมไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเขียนบล็อกนี้เท่าไรนักเนื่องจากติดภาระกิจของการทำงานออนไลน์ เพราะการทำงานในลักษณะนี้ต้องมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสายตาที่อาจจะสร้างปัญหาได้ในอนาคตเนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นระยะเวลานานๆ
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจสำหรับคนที่กำลังตกงานว่า "อย่าท้อ" วางแผนในการทำงานให้ดี เลือกงานที่เราชอบหรือรักที่จะทำ และจงทำมันให้ถึงที่สุด หลายคนไม่สามารถไปได้ถึงฝันเพราะหยุดกลางคัน หรือหยุดที่ก้าวสุดท้ายก่อนถึงความสำเร็จ เพราะความอ่อนล้า ท้อแ้ท้ หรืออ่อนแรง
จงเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่เราตัดสินใจไว้แล้วให้ดีที่สุด สุดความสามารถ สุดชีวิต ความสำเร็จรอเราอยู่ และจงเชื่อว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เหมือนกับผมที่เชื่อมาตลอดว่า ผมจะยึดงานออนไลน์เป็นอาชีพหลักให้ได้ และผมก็ทำมันได้ในที่สุด
By:
admin
On 12:32 PM
Wednesday, January 25, 2012
ด่วนที่สุด!!! - การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555
ได้รับจดหมายจากประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 16 มกราคม 2555 แต่จดหมายมาถึงวันที่ 24 มกราคม 2555 เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555 ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนที่จะได้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงมา แม้จะไม่มากเท่าไร แต่ยังดีเสียกว่าไม่ได้ลดน๊ะจะบอกให้
มาดูรายละเอียด ผมขอคัดลอกมาทั้งฉบับก็แล้วกัน จะได้ไม่มีอะไรตกหล่น
เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.๒๕๕๕
เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙
สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๕ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ เพื่อการรับประโยชน์ทดแทน ๖ กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ โดยกำหนดให้ลดอัตราเงินสมทับเป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ดังนี้
- ตั้งแต่งวดเืดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ให้นำส่งเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
ผ่ายเงินสมทบและการตรวจสอบ
โทร. ๐-๒๕๕๐ - ๕๑๐๔ - ๗ / ๐-๒๕๙๑-๐๙๓๗ / หรือ โทร. ๑๕๐๖
โทรสาร ๐-๒๕๘๐-๓๐๑๓
อีกฉบับหนึ่ง ส่งมาพร้อมกัน จะเป็นเรื่อง การแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ มีขั้นตอนดังนี้
1. กรอกข้อมูลลงในแบบขอบัตรรับรองสิทธิ ฯ สปส. ๙-๐๒ ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมแจ้งชื่อสถานพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยนและสถานพยาบาลสำรองตามลำดับ
2. แนบหลักฐาน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. จัดส่งเอกสารตาม ๑ และ ๒ ให้สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นเอกสารดังกล่าวด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕
หมายเหตุ : ผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ปี ๒๕๕๕ ไม่ต้องยื่นเอกสาร
มาดูรายละเอียด ผมขอคัดลอกมาทั้งฉบับก็แล้วกัน จะได้ไม่มีอะไรตกหล่น
เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.๒๕๕๕
เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙
สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๕ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ เพื่อการรับประโยชน์ทดแทน ๖ กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ โดยกำหนดให้ลดอัตราเงินสมทับเป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ดังนี้
- ตั้งแต่งวดเืดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท
ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ให้นำส่งเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
ผ่ายเงินสมทบและการตรวจสอบ
โทร. ๐-๒๕๕๐ - ๕๑๐๔ - ๗ / ๐-๒๕๙๑-๐๙๓๗ / หรือ โทร. ๑๕๐๖
โทรสาร ๐-๒๕๘๐-๓๐๑๓
อีกฉบับหนึ่ง ส่งมาพร้อมกัน จะเป็นเรื่อง การแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ มีขั้นตอนดังนี้
1. กรอกข้อมูลลงในแบบขอบัตรรับรองสิทธิ ฯ สปส. ๙-๐๒ ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมแจ้งชื่อสถานพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยนและสถานพยาบาลสำรองตามลำดับ
2. แนบหลักฐาน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. จัดส่งเอกสารตาม ๑ และ ๒ ให้สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นเอกสารดังกล่าวด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕
หมายเหตุ : ผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ปี ๒๕๕๕ ไม่ต้องยื่นเอกสาร
By:
admin
On 10:31 AM
Thursday, June 30, 2011
กิจการร้านกาแฟสด
มีโอกาสไปทำธุระที่เมืองทองธานิช่วงเช้าของวันที่ 29 มิถุนายน 2554 ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ เมื่อเสร็จธุระก็เดินจ้ำไปที่รถเพื่อจะกลับบ้านเหลือบไปเห็นร้านกาแฟสดอยู่ร้านหนึ่ง กลิ่นกาแฟลอยมาเตะจมูกจนต้องเปลี่ยนทิศทางข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อไปลิ้มรสกาแฟ
คาปูชิโน้ เป็นกาแฟที่ผมสั่งกินอยู่เป็นประจำ เหมือนกระเพาหมูสับไข่ดาวยังไงยังงั้น เมื่อได้กาแฟเรียบร้อยแล้วก็จ่ายเงินจำนวน 35 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานตามร้านที่ขายอยู่ข้างทางทั่วๆ ไป มีเก้าอี้เจ้าของก็เชิญให้นั่ง เพราะสีหน้าผมไม่ค่อยดีเท่าไร บ่นเล็กน้อยเพราะต้องรอคิวทำธุระอยู่นานพอควร
ผมสนใจเรื่องธุระกิจกาแฟเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาส คนขายเชิญให้นั่งก็ชวนคุยหลายๆ เรื่อง ถามเขาว่าขายดีไหม เขาบอกว่าประมาณวันละ 40-50 แก้ว วันหนึ่งก็ขายได้ 1,400 - 1,750 บาท คิดที่ราคาแก้วละ 35 บาท คิดแบบตัวเลขกลมๆ ง่ายๆ ก็ตีไปวันละ 1,500 บาท คุยไปซักพักก็รู้ว่าคนขายไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เป็นลูกจ้าง ค่าจ้างวันละ 250 บาท ถ้าเป็นวันหยุด ไม่แน่ใจว่าเฉพาะวันอาทิตย์หรือเปล่า จะได้ 300 บาท เจ้าของจริงก็จะได้ 1,200 บาท
เห็นร้านอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่งก็เลยยิงคำถามต่อมา เช่าหน้าร้านเขาหรือเปล่า คนขายบอกว่าใช่ 6,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นวันอยู่ที่ 200 บาทต่อวัน หักค่าเช่าซ่ะเจ้าของจะได้ 1,000 บาทต่อวัน เดือนละ 3 หมื่นบาท ยังไม่หักต้นทุนกาแฟ
ยังคงเดินหน้าคุยต่อไป ผมยังแปลกใจว่าทำไมลูกจ้างรู้รายละเอียดตั้งหลายอย่าง อย่างเช่น เครื่องชงกาแฟมีที่บดในตัว ราคาอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาท ผมถึงกับอุทานออกมาว่า โอ้ว...5 หมื่นเชียว แพงจัง ถ้ารวมซุ้มร้านที่ตกแต่ง และอะไรต่อมิอะไรก็ต้องมีทุนประมาณ 1 แสนบาท
เรื่องของต้นทุนการชงกาแฟต่อแก้ว ผมยังไม่มีตัวเลขว่าราคาขายที่ 35 บาท ต้นทุนจะเท่าไร ในการทำธุระกิจลักษณะนี้ต้องได้กำไรมากกว่าครึ่ง ผมคิดแบบเลวร้ายที่สุดคือ ต้นทุนการชงกาแฟต่อแก้วอยู่ที่ครึ่งหนึ่่งของราคาขาย เพราะฉะนั้นจาก 1,000 บาทที่เจ้าของจะได้ ก็จะเหลือ 500 บาท ตกเดือนละ 15,000 บาท และถ้าการลงทุนในการทำธุระกิจกาแฟอยู่ที่ 1 แสนบาท เพราะฉะนั้น จุดคุ้มทุนจะใช้เวลาหนึ่งปี
ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ปริมาณคนซื้อกาแฟต่อวัน ถ้าจะให้ธุระกิจสามารถเติบโตได้ต้องขายได้ไม่น้อยกว่า 100 แก้วต่อวัน แน่นอนว่า เรื่องนี้มันอยู่ที่ทำเล
แค่เอาตัวเลขมาให้ดู การคำนวณจุดคุ้มทุนและประเมินการทำธุระกิจเบื้องต้นเป็นสิ่งจำเป็น ตามความคิดของผมแล้ว ธุระกิจกาแฟน่าจะทำรายได้มากกว่านี้
คาปูชิโน้ เป็นกาแฟที่ผมสั่งกินอยู่เป็นประจำ เหมือนกระเพาหมูสับไข่ดาวยังไงยังงั้น เมื่อได้กาแฟเรียบร้อยแล้วก็จ่ายเงินจำนวน 35 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานตามร้านที่ขายอยู่ข้างทางทั่วๆ ไป มีเก้าอี้เจ้าของก็เชิญให้นั่ง เพราะสีหน้าผมไม่ค่อยดีเท่าไร บ่นเล็กน้อยเพราะต้องรอคิวทำธุระอยู่นานพอควร
ผมสนใจเรื่องธุระกิจกาแฟเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาส คนขายเชิญให้นั่งก็ชวนคุยหลายๆ เรื่อง ถามเขาว่าขายดีไหม เขาบอกว่าประมาณวันละ 40-50 แก้ว วันหนึ่งก็ขายได้ 1,400 - 1,750 บาท คิดที่ราคาแก้วละ 35 บาท คิดแบบตัวเลขกลมๆ ง่ายๆ ก็ตีไปวันละ 1,500 บาท คุยไปซักพักก็รู้ว่าคนขายไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เป็นลูกจ้าง ค่าจ้างวันละ 250 บาท ถ้าเป็นวันหยุด ไม่แน่ใจว่าเฉพาะวันอาทิตย์หรือเปล่า จะได้ 300 บาท เจ้าของจริงก็จะได้ 1,200 บาท
เห็นร้านอยู่หน้าร้านแห่งหนึ่งก็เลยยิงคำถามต่อมา เช่าหน้าร้านเขาหรือเปล่า คนขายบอกว่าใช่ 6,000 บาทต่อเดือน คิดเป็นวันอยู่ที่ 200 บาทต่อวัน หักค่าเช่าซ่ะเจ้าของจะได้ 1,000 บาทต่อวัน เดือนละ 3 หมื่นบาท ยังไม่หักต้นทุนกาแฟ
ยังคงเดินหน้าคุยต่อไป ผมยังแปลกใจว่าทำไมลูกจ้างรู้รายละเอียดตั้งหลายอย่าง อย่างเช่น เครื่องชงกาแฟมีที่บดในตัว ราคาอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นบาท ผมถึงกับอุทานออกมาว่า โอ้ว...5 หมื่นเชียว แพงจัง ถ้ารวมซุ้มร้านที่ตกแต่ง และอะไรต่อมิอะไรก็ต้องมีทุนประมาณ 1 แสนบาท
เรื่องของต้นทุนการชงกาแฟต่อแก้ว ผมยังไม่มีตัวเลขว่าราคาขายที่ 35 บาท ต้นทุนจะเท่าไร ในการทำธุระกิจลักษณะนี้ต้องได้กำไรมากกว่าครึ่ง ผมคิดแบบเลวร้ายที่สุดคือ ต้นทุนการชงกาแฟต่อแก้วอยู่ที่ครึ่งหนึ่่งของราคาขาย เพราะฉะนั้นจาก 1,000 บาทที่เจ้าของจะได้ ก็จะเหลือ 500 บาท ตกเดือนละ 15,000 บาท และถ้าการลงทุนในการทำธุระกิจกาแฟอยู่ที่ 1 แสนบาท เพราะฉะนั้น จุดคุ้มทุนจะใช้เวลาหนึ่งปี
ตัวแปรสำคัญอยู่ที่ปริมาณคนซื้อกาแฟต่อวัน ถ้าจะให้ธุระกิจสามารถเติบโตได้ต้องขายได้ไม่น้อยกว่า 100 แก้วต่อวัน แน่นอนว่า เรื่องนี้มันอยู่ที่ทำเล
แค่เอาตัวเลขมาให้ดู การคำนวณจุดคุ้มทุนและประเมินการทำธุระกิจเบื้องต้นเป็นสิ่งจำเป็น ตามความคิดของผมแล้ว ธุระกิจกาแฟน่าจะทำรายได้มากกว่านี้
By:
admin
On 6:07 PM
Monday, June 20, 2011
ช่องทางชำระเงินสมทบประกันสังคม
เรื่องการจ่ายเงินสบทบประกันสังคม เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลอยู่เสมอ เพราะกลัวจะลืมจ่าย ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ ดีหน่อยที่สามารถเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยได้ แต่สิ่งที่ต้องการก็คือการหักเงินจากบัญชีอัตโนมัติ ว่าแล้วก็ค้นหาข้อมูล ก็พบช่องทางชำระเงินสมทบประกันสังคมในหน้าข่าวของสำนักงานประกันสังคมเอง เนื้อความมีดังนี้
"สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบเพื่ออำนวยความสะดวก แก่นายจ้าง ในการจ่าย เงินสมทบที่หลากหลายวิธีในการชำระเงินที่รวดเร็ว และสะดวกขึ้น โดยจ่ายเงินผ่านทาง สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ผ่านธนาคาร ธนาณัติ pay at post และ e-payment
สำนักงานประกันสังคม ได้เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว แก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกๆ วันที่ 15 และ 29 ของเดือน โดยนายจ้างไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงานประกันสังคม ซึ่งวิธีการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มี ดังนี้ ชำระเงินสมทบผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) , ชำระเงินสมทบโดยธนาณัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ , ชำระเงินสมทบที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ (Pay at post) ในโครงการนำร่อง 3 สาขา ได้แก่ สาขาจตุจักร สาขาหลักสี่ และรามอินทรา , และการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment ซึ่งนายจ้างจะต้องทำความตกลงกับทางธนาคาร โดยจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อเป็นการหักเงินสมทบ ในการชำระเงิน
หากนายจ้างมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือโทร 1506 ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดตั้งแต่เวลา 07.00 น. -19.00 น หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th"
ในส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ก็คือการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment น่าจะเป็นเรื่องที่สะดวกที่สุด แต่คงไม่ใช่การหักเงินอัตโนมัติ ยังคงต้องรอรับคำสั่งจากเราอยู่ ไม่แน่ใจว่าทางธนาคารจะมีบริการหักเงินอัตโนมัติหรือเปล่า ซึ่งถ้าสามารถทำได้เพียงการชำระออนไลน์ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรสำหรับผม เพราะสิ่งที่ต้องการก็คือ กลัวลืมจ่าย อีกทั้งการทำธุระกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ต ผมก็ไม่นิยม
เอาเป็นว่าตอนนี้ก็จำว่าต้องเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกต้นเดือน ไม่เกินวันที่ 15
"สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบเพื่ออำนวยความสะดวก แก่นายจ้าง ในการจ่าย เงินสมทบที่หลากหลายวิธีในการชำระเงินที่รวดเร็ว และสะดวกขึ้น โดยจ่ายเงินผ่านทาง สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ผ่านธนาคาร ธนาณัติ pay at post และ e-payment
สำนักงานประกันสังคม ได้เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว แก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกๆ วันที่ 15 และ 29 ของเดือน โดยนายจ้างไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงานประกันสังคม ซึ่งวิธีการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มี ดังนี้ ชำระเงินสมทบผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) , ชำระเงินสมทบโดยธนาณัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ , ชำระเงินสมทบที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ (Pay at post) ในโครงการนำร่อง 3 สาขา ได้แก่ สาขาจตุจักร สาขาหลักสี่ และรามอินทรา , และการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment ซึ่งนายจ้างจะต้องทำความตกลงกับทางธนาคาร โดยจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อเป็นการหักเงินสมทบ ในการชำระเงิน
หากนายจ้างมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือโทร 1506 ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดตั้งแต่เวลา 07.00 น. -19.00 น หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th"
ในส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ก็คือการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment น่าจะเป็นเรื่องที่สะดวกที่สุด แต่คงไม่ใช่การหักเงินอัตโนมัติ ยังคงต้องรอรับคำสั่งจากเราอยู่ ไม่แน่ใจว่าทางธนาคารจะมีบริการหักเงินอัตโนมัติหรือเปล่า ซึ่งถ้าสามารถทำได้เพียงการชำระออนไลน์ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรสำหรับผม เพราะสิ่งที่ต้องการก็คือ กลัวลืมจ่าย อีกทั้งการทำธุระกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ต ผมก็ไม่นิยม
เอาเป็นว่าตอนนี้ก็จำว่าต้องเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกต้นเดือน ไม่เกินวันที่ 15
By:
admin
On 8:55 AM
Sunday, February 20, 2011
พักผ่อนตะลอนกรุง
ทำงานเครียดมานานไม่ค่อยได้พักผ่อน วันนี้ต้องสลัดงานที่ทำทิ้งออกไปเสียบ้าง ว่าแล้วก็ออกเดินทางประมาณสิบโมงเศษๆ
วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น วันที่ไม่มีเงินแม้กระทั่งจะนั่งรถเมล์ก็ต้องรอรถเมล์ฟรี ถ้าไม่ฟรีก็ไม่นั่ง เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถประหยัดได้ในช่วงเวลานั้น แต่วันนี้ตั้งใจจะนั่งรถเมล์แอร์ให้เย็นสบายช่ำอุรา รอแล้วรอเล่าก็ไม่มา รถร้อน(ฟรี)ผ่านไป 2 คัน คันที่ 3 มาอีกก็เลยรีบก้าวขึ้นไปอย่างไม่รอรี ได้นั่งรถฟรีทั้งที่อยากจะนั่งรถแอร์ แปลกใจจริงๆ ที่ว่า ในช่วงที่ชีวิตลำบาก อยากนั่งรถฟรี แต่รถฟรีไม่ค่อยมา แต่วันนี้อยากนั่งรถแอร์เสียตังค์ แต่รถแอร์ไม่ยอมมา นี่แหละคือความไม่สมดุลย์ของชีวิต
นั่งรถฟรีสบายใจไปจนถึงสนามหลวง แวะศาลหลักเมืองทุกครั้งที่ผ่านเส้นทางนี้ วันนี้เป็นวันพิเศษ มีผู้คนมากหน้าหลายตาไปกราบไหว้ศาลหลักเมือง รวมทั้่งเข้าไปชมวัดพระแก้ว
เส้นทางเดินเที่ยวของผมก็ซ้ำๆ เหมือนเดิม คือ ไปเดินบ้านหม้อ พาหุรัด สะพานเหล็ก คลองถม สำเพ็ง ถ้ามีแรงก็ไปต่อที่พันธ์ทิพย์ที่ประตูน้ำ แต่วันนี้หมดแรงเสียก่อน
แน่นอนว่า อาหารที่กินประจำก็จะเป็นร้านข้าวแกงอยู่ที่ตลาดบ้านหม้อ เป็นทางเดินลัดไปอีกซอย ไม่รู้ว่าชื่อซอยอะไรเหมือนกัน กับข้าว 2 อย่าง 40 บาท ก็ถือว่าราคาเหมาะสม จะสั่งอย่างเดียวกินก็ได้ หลังจากกินเสร็จก็มีเรี่ยวแรงเดินต่อไปๆ
เรื่องกินมันเรื่องใหญ่ ปอเปียะขาหมูคลองถม อีกแล้ว เพิ่งกินมาได้สองชั่วโมงกว่าๆ ก็ซัดไปอีก ราคา 40 บาท ก็ของมันเคยกิน ผ่านไปก็ต้องกินประจำ โต๊ะไม่มีให้นั่ง มีแต่เก้าอี้ มือหนึ่งถือจาน อีกมือถือตะเกียบ วิชาไม่แก่จริงกินอยากเหมือนกันน๊ะครับ สำหรับผมสบายบรื๋อ
เดินจนขาลากแทบกระอักเลือด ขากลับขอนั่งรถแอร์เย็นๆ สบายๆ กลับดีกว่า ไม่ไหวครับ อากาศร้อนมาก ตับแทบแตก เดินเลยสะพานเหล็กมาหน่อย หน้าเมอรี่คิงจะมีป้ายรถเมล์ ตอนนี้เมอรี่คิงไม่มีแล้ว หรือแค่ตึกร้างๆ ก่อนหน้านี้คึกคักพอสมควร ไม่รู้ว่าทำไมปิด นั่นรถเมล์สาย 5 เป็นรถแอร์ 10 บาทตลอดสาย นั่งสบาย แอร์เย็นช่ำจะได้กลับบ้านเสียที
เพิ่มมาถึงบ้านไม่นานก็เปิดเน็ต ตรวจเช็คงาน ทำโน่นทำนี่ไปตามระเบียบ
วันนี้เหนื่อย แต่สุขใจจริงๆ...
วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น วันที่ไม่มีเงินแม้กระทั่งจะนั่งรถเมล์ก็ต้องรอรถเมล์ฟรี ถ้าไม่ฟรีก็ไม่นั่ง เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถประหยัดได้ในช่วงเวลานั้น แต่วันนี้ตั้งใจจะนั่งรถเมล์แอร์ให้เย็นสบายช่ำอุรา รอแล้วรอเล่าก็ไม่มา รถร้อน(ฟรี)ผ่านไป 2 คัน คันที่ 3 มาอีกก็เลยรีบก้าวขึ้นไปอย่างไม่รอรี ได้นั่งรถฟรีทั้งที่อยากจะนั่งรถแอร์ แปลกใจจริงๆ ที่ว่า ในช่วงที่ชีวิตลำบาก อยากนั่งรถฟรี แต่รถฟรีไม่ค่อยมา แต่วันนี้อยากนั่งรถแอร์เสียตังค์ แต่รถแอร์ไม่ยอมมา นี่แหละคือความไม่สมดุลย์ของชีวิต
นั่งรถฟรีสบายใจไปจนถึงสนามหลวง แวะศาลหลักเมืองทุกครั้งที่ผ่านเส้นทางนี้ วันนี้เป็นวันพิเศษ มีผู้คนมากหน้าหลายตาไปกราบไหว้ศาลหลักเมือง รวมทั้่งเข้าไปชมวัดพระแก้ว
เส้นทางเดินเที่ยวของผมก็ซ้ำๆ เหมือนเดิม คือ ไปเดินบ้านหม้อ พาหุรัด สะพานเหล็ก คลองถม สำเพ็ง ถ้ามีแรงก็ไปต่อที่พันธ์ทิพย์ที่ประตูน้ำ แต่วันนี้หมดแรงเสียก่อน
แน่นอนว่า อาหารที่กินประจำก็จะเป็นร้านข้าวแกงอยู่ที่ตลาดบ้านหม้อ เป็นทางเดินลัดไปอีกซอย ไม่รู้ว่าชื่อซอยอะไรเหมือนกัน กับข้าว 2 อย่าง 40 บาท ก็ถือว่าราคาเหมาะสม จะสั่งอย่างเดียวกินก็ได้ หลังจากกินเสร็จก็มีเรี่ยวแรงเดินต่อไปๆ
เรื่องกินมันเรื่องใหญ่ ปอเปียะขาหมูคลองถม อีกแล้ว เพิ่งกินมาได้สองชั่วโมงกว่าๆ ก็ซัดไปอีก ราคา 40 บาท ก็ของมันเคยกิน ผ่านไปก็ต้องกินประจำ โต๊ะไม่มีให้นั่ง มีแต่เก้าอี้ มือหนึ่งถือจาน อีกมือถือตะเกียบ วิชาไม่แก่จริงกินอยากเหมือนกันน๊ะครับ สำหรับผมสบายบรื๋อ
เดินจนขาลากแทบกระอักเลือด ขากลับขอนั่งรถแอร์เย็นๆ สบายๆ กลับดีกว่า ไม่ไหวครับ อากาศร้อนมาก ตับแทบแตก เดินเลยสะพานเหล็กมาหน่อย หน้าเมอรี่คิงจะมีป้ายรถเมล์ ตอนนี้เมอรี่คิงไม่มีแล้ว หรือแค่ตึกร้างๆ ก่อนหน้านี้คึกคักพอสมควร ไม่รู้ว่าทำไมปิด นั่นรถเมล์สาย 5 เป็นรถแอร์ 10 บาทตลอดสาย นั่งสบาย แอร์เย็นช่ำจะได้กลับบ้านเสียที
เพิ่มมาถึงบ้านไม่นานก็เปิดเน็ต ตรวจเช็คงาน ทำโน่นทำนี่ไปตามระเบียบ
วันนี้เหนื่อย แต่สุขใจจริงๆ...
By:
admin
On 9:02 PM
Friday, February 18, 2011
ประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนในปี 2554
สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตน ประกอบด้วย
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในส่วนกรณีทันตกรรม เดิมผู้ประกันตนมีสิทธิกรณี ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน โดยนำใบเสร็จและใบรับรองแพทย์มาเบิกคืนได้ไม่เกินครั้งละ 250 บาท ปีละไม่เกิน 500 บาท จะได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นครั้งละไม่เกิน 300 บาท ปีละไม่เกิน 600 บาท และได้เพิ่มสิทธิในการใส่รากฟันเทียม ให้กับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียฟันทั้งปาก หรือ ผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 53 ปีขึ้นไป และสูญเสียฟันทั้งปาก ซึ่งผู้ประกันตนต้องยื่นความจำนงขอรับสิทธิภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ พร้อมรับแบบคำขอและตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ประกันตนได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ โดยสำนักงานประกันสังคม จะส่งผู้ประกันตนพบแพทย์ในโรงพยาบาลโครงการรากฟันเทียมให้ความเห็น ตามใบรับรองแพทย์ที่กำหนด และส่งเรื่องหารือคณะกรรมการการแพทย์ พร้อมแจ้งมติให้ผู้ประกันตนทราบ เพื่อเข้ารับการรักษา โดยสถานพยาบาลในโครงการรากฟันเทียมจะเป็นผู้ขอรับค่าบริการ ทางการแพทย์ หลังจากสิ้นสุดการรักษาเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 16,000 บาทต่อราก และไม่เกินรายละ 2 ราก
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสิทธิ กรณีผู้ป่วยโรคจิตของกองทุนประกันสังคม จากเดิมที่ผู้ป่วยโรคจิตไม่สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ ยกเว้นการป่วยในกรณีเฉียบพลัน ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาทันทีภายใน 15 วัน ได้มีการขยายสิทธิการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคจิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการคุ้มครองและรักษาผู้ป่วยให้เข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม
กรณีทุพพลภาพ จากเดิมผู้ประกันตนเคยได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน เดือนละ 2,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มเป็นไม่เกิน 4,000 บาท ต่อเดือน ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน ประเภทผู้ป่วยใน แต่หากเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง รวมทั้งเหมาจ่ายค่าพาหนะเพื่อรับบริการทางแพทย์ไม่เกินเดือนละ 500 บาท
กรณีคลอดบุตร จากเดิมผู้ประกันตนได้รับค่าคลอดบุตร 12,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มค่าคลอดบุตรเป็นครั้งละ 13,000 บาท นอกจากนี้ผู้ประกันตนหญิงยังคงได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ส่วนผู้ประกันตนชายที่มีภรรยาไม่ได้เป็นผู้ประกันตนใช้สิทธิได้ 2 ครั้ง
กรณีสงเคราะห์บุตร จากที่ผู้ประกันตนเคยได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 350 บาทต่อบุตร 1 คน สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์เบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน จะได้เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็นรายละ 400 บาท
ทั้งนี้เฉพาะกรณีสงเคราะห์บุตรให้รอประกาศเป็นกฎกระทรวงก่อน นอกจากนั้น ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคนที่จะได้รับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ เพราะสำนักงานประกันสังคมได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินกองทุนประกันสังคมตัวจริง ดังนั้นควรจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ อย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไปนั่นเอง
----------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สายด่วนประกันสังคม 1506 www.sso.go.th
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในส่วนกรณีทันตกรรม เดิมผู้ประกันตนมีสิทธิกรณี ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน โดยนำใบเสร็จและใบรับรองแพทย์มาเบิกคืนได้ไม่เกินครั้งละ 250 บาท ปีละไม่เกิน 500 บาท จะได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นครั้งละไม่เกิน 300 บาท ปีละไม่เกิน 600 บาท และได้เพิ่มสิทธิในการใส่รากฟันเทียม ให้กับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียฟันทั้งปาก หรือ ผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 53 ปีขึ้นไป และสูญเสียฟันทั้งปาก ซึ่งผู้ประกันตนต้องยื่นความจำนงขอรับสิทธิภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ พร้อมรับแบบคำขอและตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ประกันตนได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ โดยสำนักงานประกันสังคม จะส่งผู้ประกันตนพบแพทย์ในโรงพยาบาลโครงการรากฟันเทียมให้ความเห็น ตามใบรับรองแพทย์ที่กำหนด และส่งเรื่องหารือคณะกรรมการการแพทย์ พร้อมแจ้งมติให้ผู้ประกันตนทราบ เพื่อเข้ารับการรักษา โดยสถานพยาบาลในโครงการรากฟันเทียมจะเป็นผู้ขอรับค่าบริการ ทางการแพทย์ หลังจากสิ้นสุดการรักษาเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 16,000 บาทต่อราก และไม่เกินรายละ 2 ราก
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสิทธิ กรณีผู้ป่วยโรคจิตของกองทุนประกันสังคม จากเดิมที่ผู้ป่วยโรคจิตไม่สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ ยกเว้นการป่วยในกรณีเฉียบพลัน ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาทันทีภายใน 15 วัน ได้มีการขยายสิทธิการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคจิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการคุ้มครองและรักษาผู้ป่วยให้เข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม
กรณีทุพพลภาพ จากเดิมผู้ประกันตนเคยได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน เดือนละ 2,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มเป็นไม่เกิน 4,000 บาท ต่อเดือน ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน ประเภทผู้ป่วยใน แต่หากเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง รวมทั้งเหมาจ่ายค่าพาหนะเพื่อรับบริการทางแพทย์ไม่เกินเดือนละ 500 บาท
กรณีคลอดบุตร จากเดิมผู้ประกันตนได้รับค่าคลอดบุตร 12,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มค่าคลอดบุตรเป็นครั้งละ 13,000 บาท นอกจากนี้ผู้ประกันตนหญิงยังคงได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ส่วนผู้ประกันตนชายที่มีภรรยาไม่ได้เป็นผู้ประกันตนใช้สิทธิได้ 2 ครั้ง
กรณีสงเคราะห์บุตร จากที่ผู้ประกันตนเคยได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 350 บาทต่อบุตร 1 คน สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์เบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน จะได้เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็นรายละ 400 บาท
ทั้งนี้เฉพาะกรณีสงเคราะห์บุตรให้รอประกาศเป็นกฎกระทรวงก่อน นอกจากนั้น ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคนที่จะได้รับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ เพราะสำนักงานประกันสังคมได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินกองทุนประกันสังคมตัวจริง ดังนั้นควรจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ อย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไปนั่นเอง
----------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สายด่วนประกันสังคม 1506 www.sso.go.th
By:
admin
On 6:50 PM
ยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม
สปส. แจ้ง 4 ม.ค. – 31 มี.ค. 54 นี้ ผู้ประกันตนสามารถยื่นเปลี่ยน รพ. ได้
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจ้งผู้ประกันตนที่มีความปะสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2554 ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดให้มีการเปลี่ยนสถานพยาบาล โดยผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ หรือ ผู้ประกันตนที่เลือกสถานพยาบาลไว้แล้ว แต่สถานพยาบาลนั้น ออกจากการเป็นสถานพยาบาลในระบบประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลอื่นให้ก่อน หากผู้ประกันตนมีความประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นคำขอตามแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2554
อย่างไรก็ตาม ในการยื่นแบบคำขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ผู้ประกันตนจะต้องสำเนาบัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับเดิมไว้เพื่อการรับบริการทางการแพทย์ ในกรณีที่ผู้ประกันตนยังไม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลใหม่ในระหว่างการเปลี่ยนสถานพยาบาลและยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับใหม่ หากผู้ประกันตนจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ก่อน ซึ่งรายชื่อสถานพยาบาลสามารถตรวจสอบได้จาก www.sso.go.th หรือ ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ 1506 กด 1 หรือ สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา แต่หากผู้ประกันตนไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเดิมได้ต่อไป
มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติให้บริการ 24 ชั่วโมง)
---------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สอบถามประกันสังคม โทร. 1506 www.sso.go.th
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจ้งผู้ประกันตนที่มีความปะสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2554 ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดให้มีการเปลี่ยนสถานพยาบาล โดยผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ หรือ ผู้ประกันตนที่เลือกสถานพยาบาลไว้แล้ว แต่สถานพยาบาลนั้น ออกจากการเป็นสถานพยาบาลในระบบประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลอื่นให้ก่อน หากผู้ประกันตนมีความประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นคำขอตามแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2554
อย่างไรก็ตาม ในการยื่นแบบคำขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ผู้ประกันตนจะต้องสำเนาบัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับเดิมไว้เพื่อการรับบริการทางการแพทย์ ในกรณีที่ผู้ประกันตนยังไม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลใหม่ในระหว่างการเปลี่ยนสถานพยาบาลและยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับใหม่ หากผู้ประกันตนจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ก่อน ซึ่งรายชื่อสถานพยาบาลสามารถตรวจสอบได้จาก www.sso.go.th หรือ ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ 1506 กด 1 หรือ สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา แต่หากผู้ประกันตนไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเดิมได้ต่อไป
มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติให้บริการ 24 ชั่วโมง)
---------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สอบถามประกันสังคม โทร. 1506 www.sso.go.th
By:
admin
On 6:44 PM
Saturday, February 12, 2011
อิสระทางการเงิน หรือความไม่แน่นอนด้านการเงิน
คำโฆษณาสุดฮิตของผู้ประกอบธุรกิจด้าน MLM ต่างคนก็ต่างตีความกันไป แต่มันมีนัย คือ ความสบาย ความคล่องทางด้านการเงิน พูดง่ายๆ ก็คือ การมีเงินเหลือกันเหลือใช้
บางคนโชคดี เป็นเสมือนรากแก้วของธุรกิจ นั่นแหละคืออิสระทางการเงิน(แบบชั่วคราว) และหลายคนก็เป็นเพียงรากฝอยที่ต้องคอยดูดซับอาหารหาเลี้ยงทั้งต้น ดอก และผล ก่อนที่ทั้งต้นจะหมดอายุขัยลงไป
ธุรกิจมีความเสี่ยง จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนของเราเอง หลายครั้งที่ผมมองเห็นการเลียนแบบธุรกิจเพราะเห็นรายได้ดี แต่ส่วนมากก็ไปไม่รอด บางอย่างก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ เราอาจจะมองเพียงแค่เปลือกเท่านั้น
อิสระทางการเงินไม่มีอยู่จริงหรอกครับ ถ้าเราไม่ใช่นักธุรกิจพันล้านที่จะสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจเพิ่มขึ้นมาได้เรื่อยๆ แต่มันเป็นวิถีทางที่ไม่มั่นคงซึ่งหลายๆ คนก็คงจะประสบปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนทางการเงิน
ผมก็เช่นเดียวกันที่ต้องเผชิญปัญหาความไม่แน่นอนของรายได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือการกระจายความเสี่ยงและสร้างความหลากหลายของงานให้เกิดขึ้นมาให้ได้ โดยเริ่มจากหนึ่ง เป็นสอง สาม ไปเรื่อยๆ หนึ่งต้องมีความมั่นคงพอสมควร มีความนิ่งที่ไม่ต้องอาศัยเราเข้าไปดูแลในทุกๆ สิ่ง หลังจากนั้นก็ควรเริ่มที่สองจนนิ่งพอแล้วก้าวต่อๆ ไป การทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงทางด้านการตลาดสูง
คนที่กล้าเดินออกมาจากงานประจำอย่างผม ในช่วงแรกจะต้องมีความอดทนและมานะค่อนข้างสูง เพราะอะไรหลายๆ อย่างคงไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องปรับเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา อยู่ที่เราจะกล้าเปลี่ยนในทันโลกหรือเปล่าเท่านั้นเอง มันไม่อยากที่เราจะเปลี่ยนเพราะมีแค่เราคนเดียวที่ตัดสินใจ ไม่ต้องรอความคิดเห็นจากใคร ผิดถูกก็เป็นวิถีของเราเอง
เขียนไปก็ไม่รู้จะไปยังไงต่อ ขอจบดีกว่า...
บางคนโชคดี เป็นเสมือนรากแก้วของธุรกิจ นั่นแหละคืออิสระทางการเงิน(แบบชั่วคราว) และหลายคนก็เป็นเพียงรากฝอยที่ต้องคอยดูดซับอาหารหาเลี้ยงทั้งต้น ดอก และผล ก่อนที่ทั้งต้นจะหมดอายุขัยลงไป
ธุรกิจมีความเสี่ยง จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนของเราเอง หลายครั้งที่ผมมองเห็นการเลียนแบบธุรกิจเพราะเห็นรายได้ดี แต่ส่วนมากก็ไปไม่รอด บางอย่างก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ เราอาจจะมองเพียงแค่เปลือกเท่านั้น
อิสระทางการเงินไม่มีอยู่จริงหรอกครับ ถ้าเราไม่ใช่นักธุรกิจพันล้านที่จะสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจเพิ่มขึ้นมาได้เรื่อยๆ แต่มันเป็นวิถีทางที่ไม่มั่นคงซึ่งหลายๆ คนก็คงจะประสบปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนทางการเงิน
ผมก็เช่นเดียวกันที่ต้องเผชิญปัญหาความไม่แน่นอนของรายได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือการกระจายความเสี่ยงและสร้างความหลากหลายของงานให้เกิดขึ้นมาให้ได้ โดยเริ่มจากหนึ่ง เป็นสอง สาม ไปเรื่อยๆ หนึ่งต้องมีความมั่นคงพอสมควร มีความนิ่งที่ไม่ต้องอาศัยเราเข้าไปดูแลในทุกๆ สิ่ง หลังจากนั้นก็ควรเริ่มที่สองจนนิ่งพอแล้วก้าวต่อๆ ไป การทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงทางด้านการตลาดสูง
คนที่กล้าเดินออกมาจากงานประจำอย่างผม ในช่วงแรกจะต้องมีความอดทนและมานะค่อนข้างสูง เพราะอะไรหลายๆ อย่างคงไม่เป็นอย่างที่คิด ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องปรับเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา อยู่ที่เราจะกล้าเปลี่ยนในทันโลกหรือเปล่าเท่านั้นเอง มันไม่อยากที่เราจะเปลี่ยนเพราะมีแค่เราคนเดียวที่ตัดสินใจ ไม่ต้องรอความคิดเห็นจากใคร ผิดถูกก็เป็นวิถีของเราเอง
เขียนไปก็ไม่รู้จะไปยังไงต่อ ขอจบดีกว่า...
By:
admin
On 8:57 PM
Saturday, February 5, 2011
ของขวัญวันวาเลนไทน์
ใกล้ถึงวันวาเลนไทน์ หลายๆ คนเต็มตัวสำหรับวันนี้ สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ต้องการความรักวันวาเลนไทน์ แต่ต้องการขายของวันวาเลนไทน์มากกว่า เพราะความรักมีให้ต่อกันทุกวัน วันวาเลนไทน์น่าจะเป็นวันวิเศษที่จะสร้างรายได้และมีความสุขมากกว่า
ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่เป็นที่นิยมก็คงไม่พ้น ดอกกุหลาบ ต้องเป็นสีแดงซ่ะด้วย จะมีเป็นสีขาวบ้าง แต่สีแดงจะสื่อในเรื่องของความรักได้ดีกว่า สังเกตุได้จากการเดินตามห้างต่างๆ จะเห็นสีแดงเด่นชัดมากกว่าในช่วงนี้
แหล่งที่ผู้คนมักจะนิยมถึงและเป็นข่าวในทุกๆ ปีก็คือ ปากคลองตลาด เพราะเป็นแหล่งขายส่งผักและดอกไม้นานาชนิด ผมได้เคยเขียนแผนที่เอาไว้ครั้งหนึ่ง สามารถคลิ๊กดูได้ที่นี่ >>> แผนที่ปากคลองตลาด <<< ถ้าใครเคยไปสะพานพุทธก็คงจะหาปากคลองตลาดไม่ยาก เพราะอยู่ติดกัน ถ้าไปถึงสะพานพุทธก็ถามคนแถวนั้นก็ได้ครับ ทุกปีก็จะมีข่าวคนไปหาซื้อดอกกุหลาบตั้งแต่ตีห้า มีทั้งเป็นกำหรือเป็นห่อให้เรียบร้อยแล้ว สนนราคาก็มีหลากหลายตามขนาดและคุณภาพ
นอกจากดอกกุหลาบแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมก็คงเป็นตุ๊กตาหมี หรือตุ๊กตาต่างๆ แต่จะเห็นตุ๊กตาหมีดูเด่นในทุกๆ ปี หรืออะไรที่เป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจก็เป็นสัญลักษณ์แทนใจได้เป็นอย่างดี
ถ้าออกแนวฝรั่งหน่อยก็จะให้ช๊อคโกแลต
บางคนก็ถือเคล็ดว่าต้องให้ของที่เป็นคู่ เช่นรองเท้าก็ได้ แก้วกาแฟ แก้วน้ำแบบเป็นคู่ หรือเป็นจี้รูปหัวใจก็ดูเข้าที
บางคนก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาของใช้ที่จำเป็นให้ก็เข้าท่าดี ยามนำมาใช้ทีไรก็ได้นึกถึงหน้ากัน
เรื่องของการให้ของวันวาเลนไทน์ นอกจากสิ่งของแล้ว บรรยากาศก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คำว่าบรรยากาศทุกคนก็จะคิดแตกต่างกันออกไป บางคนต้องหาสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร ดูพระอาทิตย์ตกดิน ให้ความรู้สึกมันอิ่มทั้งคู่แล้วตบท้ายด้วยของขวัญวันวาเลนไทน์ก็จะสามารถสร้างช่วงเวลานั้นให้ประทับใจได้เป็นอย่างดี
หรือใครที่ต้องการเลือกดูของขวัญต่างๆ มากกมาย ขอนำเสนอ สำเพ็ง เพราะจะมีของที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลมากมายจนเลือกไม่ถูก อีกทั้งยังได้ราคาที่ถูกเหมือนราคาขายส่ง(ในกรณีที่ซื้อ 3 ชิ้นขึ้นไปจะได้ราคาขายส่ง) ผมไปเดินบ่อยแต่ไม่ค่อยได้อะไรติดไม้ติดมือมาซักที เพราะหลายครั้งต้องการแค่ชิ้นเดียว แต่ราคามันต่างจากขายส่งมาก
สำหรับผมแล้ว วันวาเลนไทน์ ก็คือวันหนึ่งในปฏิทินเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเด่นกว่าวันอื่นๆ มากมาย มันอาจจะผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วก็ได้ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่ก็ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพราะคนทั้งโลกให้ความสำคัญ เราจะไม่ให้ความสำคัญเลยก็ไม่ได้
ยังไงก็สุขสรรค์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้า พร้อมกับของขวัญวันวาเลนไทน์ที่กำลังคิด กำลังหา หรือกำลังเฝ้ารอ...
ของขวัญวันวาเลนไทน์ที่เป็นที่นิยมก็คงไม่พ้น ดอกกุหลาบ ต้องเป็นสีแดงซ่ะด้วย จะมีเป็นสีขาวบ้าง แต่สีแดงจะสื่อในเรื่องของความรักได้ดีกว่า สังเกตุได้จากการเดินตามห้างต่างๆ จะเห็นสีแดงเด่นชัดมากกว่าในช่วงนี้
แหล่งที่ผู้คนมักจะนิยมถึงและเป็นข่าวในทุกๆ ปีก็คือ ปากคลองตลาด เพราะเป็นแหล่งขายส่งผักและดอกไม้นานาชนิด ผมได้เคยเขียนแผนที่เอาไว้ครั้งหนึ่ง สามารถคลิ๊กดูได้ที่นี่ >>> แผนที่ปากคลองตลาด <<< ถ้าใครเคยไปสะพานพุทธก็คงจะหาปากคลองตลาดไม่ยาก เพราะอยู่ติดกัน ถ้าไปถึงสะพานพุทธก็ถามคนแถวนั้นก็ได้ครับ ทุกปีก็จะมีข่าวคนไปหาซื้อดอกกุหลาบตั้งแต่ตีห้า มีทั้งเป็นกำหรือเป็นห่อให้เรียบร้อยแล้ว สนนราคาก็มีหลากหลายตามขนาดและคุณภาพ
นอกจากดอกกุหลาบแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นที่นิยมก็คงเป็นตุ๊กตาหมี หรือตุ๊กตาต่างๆ แต่จะเห็นตุ๊กตาหมีดูเด่นในทุกๆ ปี หรืออะไรที่เป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจก็เป็นสัญลักษณ์แทนใจได้เป็นอย่างดี
ถ้าออกแนวฝรั่งหน่อยก็จะให้ช๊อคโกแลต
บางคนก็ถือเคล็ดว่าต้องให้ของที่เป็นคู่ เช่นรองเท้าก็ได้ แก้วกาแฟ แก้วน้ำแบบเป็นคู่ หรือเป็นจี้รูปหัวใจก็ดูเข้าที
บางคนก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เอาของใช้ที่จำเป็นให้ก็เข้าท่าดี ยามนำมาใช้ทีไรก็ได้นึกถึงหน้ากัน
เรื่องของการให้ของวันวาเลนไทน์ นอกจากสิ่งของแล้ว บรรยากาศก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คำว่าบรรยากาศทุกคนก็จะคิดแตกต่างกันออกไป บางคนต้องหาสถานที่สำหรับรับประทานอาหาร ดูพระอาทิตย์ตกดิน ให้ความรู้สึกมันอิ่มทั้งคู่แล้วตบท้ายด้วยของขวัญวันวาเลนไทน์ก็จะสามารถสร้างช่วงเวลานั้นให้ประทับใจได้เป็นอย่างดี
หรือใครที่ต้องการเลือกดูของขวัญต่างๆ มากกมาย ขอนำเสนอ สำเพ็ง เพราะจะมีของที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลมากมายจนเลือกไม่ถูก อีกทั้งยังได้ราคาที่ถูกเหมือนราคาขายส่ง(ในกรณีที่ซื้อ 3 ชิ้นขึ้นไปจะได้ราคาขายส่ง) ผมไปเดินบ่อยแต่ไม่ค่อยได้อะไรติดไม้ติดมือมาซักที เพราะหลายครั้งต้องการแค่ชิ้นเดียว แต่ราคามันต่างจากขายส่งมาก
สำหรับผมแล้ว วันวาเลนไทน์ ก็คือวันหนึ่งในปฏิทินเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเด่นกว่าวันอื่นๆ มากมาย มันอาจจะผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้วก็ได้ก็เลยไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่ก็ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพราะคนทั้งโลกให้ความสำคัญ เราจะไม่ให้ความสำคัญเลยก็ไม่ได้
ยังไงก็สุขสรรค์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้า พร้อมกับของขวัญวันวาเลนไทน์ที่กำลังคิด กำลังหา หรือกำลังเฝ้ารอ...
By:
admin
On 8:50 PM
เริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง ไม่มีคำว่าสาย
ไม่ได้อัปเดทบล็อกมาหนึ่งปีเต็มเนื่องจากภาระกิจที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอด และแล้วผมก็อยู่รอดได้โดยเป็นนายของตัวเอง ไม่ต้องกำหนดตารางการทำงาน ไม่ต้องมีกรอบความคิดใดๆ มาปิดกั้น
2 ปีกว่าที่เร่ร่อนอยู่บนยุทธจักรการหาเงินออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม จากคนที่มีหนี้สิน ต้องกู้เงินเพื่อประทังชีวิต จนกระทั่งทุกวันนี้ผมมีรายได้ที่มากพอที่จะทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย
จากความผิดพลาดของชีวิต ทำให้ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์เหมือนตกอยู่ในนรกเกือบ 2 ปี แต่ด้วยกำลังใจที่เปี่ยมล้น ไม่ได้มาจากใครที่ไหน เกิดจากภายในใจเราเอง ทำให้ผมมีแรงสู้มาได้จนถึงทุกวันนี้
ชีวิตในสายตาคนอื่นก็เหมือนคนตกงานอยู่เหมือนเดิม แต่ผมก็มีรายได้เยอะกว่าหลายๆ คนในตอนนี้ก็แล้วกัน ผมมีรายได้จากไหน ทำอะไร ทำอย่างไร ผมคงไม่สามารถบอกได้ เพราะมันเป็นความลับในการทำงาน แต่เป็นงานที่สุจริตแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
สิ่งแวดล้อมที่ดูแตกต่างสุดขั้วจากอดีต ทำให้ผมได้รับรู้หลากหลายชีวิต ความคิดที่แตกต่าง ไม่มีใครถูกหรือผิด แต่มันคือความคิดที่ต่างกัน และไม่มีทางที่จะทำให้เหมือนกันได้ของคนหมู่มาก ด้วยความคิดที่แตกต่างของคน ทำให้ผมสามารถมองเห็นธุรกิจต่างๆ มากมาย แต่เวลานั้นยังมาไม่ถึง เพราะด้วยภาระกิจที่ต้องทำในตอนนี้มันมากเหลือเกิน จนไม่สามารถกำหนดระยะเวลาเสร็จสิ้นได้ หลายๆ สิ่งก็เป็นเพียงแผนการณ์เท่านั้น และซักวันจะกลายเป็นจริง
คนที่กำลังท้อ หรือหมดหนทาง นั่นเป็นเพียงความคิดของตัวคุณเองเท่านั้น เพราะไม่คิดหาหนทางอื่น เพราะคิดแต่สิ่งสะดวกสบาย เพราะคิดแต่สิ่งที่เราเคยชิน หนทางมันก็แคบ ปล่อยวางทุกอย่างให้เป็นศูนย์ และเริ่มต้นจากศูนย์ นับต่อไปเรื่อยๆ ซักวันมันก็เป็นหนึ่ง สอง สาม จนได้
2 ปีกว่าที่เร่ร่อนอยู่บนยุทธจักรการหาเงินออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ยากเกินความพยายาม จากคนที่มีหนี้สิน ต้องกู้เงินเพื่อประทังชีวิต จนกระทั่งทุกวันนี้ผมมีรายได้ที่มากพอที่จะทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย
จากความผิดพลาดของชีวิต ทำให้ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์เหมือนตกอยู่ในนรกเกือบ 2 ปี แต่ด้วยกำลังใจที่เปี่ยมล้น ไม่ได้มาจากใครที่ไหน เกิดจากภายในใจเราเอง ทำให้ผมมีแรงสู้มาได้จนถึงทุกวันนี้
ชีวิตในสายตาคนอื่นก็เหมือนคนตกงานอยู่เหมือนเดิม แต่ผมก็มีรายได้เยอะกว่าหลายๆ คนในตอนนี้ก็แล้วกัน ผมมีรายได้จากไหน ทำอะไร ทำอย่างไร ผมคงไม่สามารถบอกได้ เพราะมันเป็นความลับในการทำงาน แต่เป็นงานที่สุจริตแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์
สิ่งแวดล้อมที่ดูแตกต่างสุดขั้วจากอดีต ทำให้ผมได้รับรู้หลากหลายชีวิต ความคิดที่แตกต่าง ไม่มีใครถูกหรือผิด แต่มันคือความคิดที่ต่างกัน และไม่มีทางที่จะทำให้เหมือนกันได้ของคนหมู่มาก ด้วยความคิดที่แตกต่างของคน ทำให้ผมสามารถมองเห็นธุรกิจต่างๆ มากมาย แต่เวลานั้นยังมาไม่ถึง เพราะด้วยภาระกิจที่ต้องทำในตอนนี้มันมากเหลือเกิน จนไม่สามารถกำหนดระยะเวลาเสร็จสิ้นได้ หลายๆ สิ่งก็เป็นเพียงแผนการณ์เท่านั้น และซักวันจะกลายเป็นจริง
คนที่กำลังท้อ หรือหมดหนทาง นั่นเป็นเพียงความคิดของตัวคุณเองเท่านั้น เพราะไม่คิดหาหนทางอื่น เพราะคิดแต่สิ่งสะดวกสบาย เพราะคิดแต่สิ่งที่เราเคยชิน หนทางมันก็แคบ ปล่อยวางทุกอย่างให้เป็นศูนย์ และเริ่มต้นจากศูนย์ นับต่อไปเรื่อยๆ ซักวันมันก็เป็นหนึ่ง สอง สาม จนได้
By:
admin
On 12:47 PM
Thursday, February 4, 2010
เริ่มจ่ายประกันสังคมเดือนละ 432 บาท อีกแล้ว
หลังจากที่รัฐบาลช่วยประหยัดเงินค่าประกันสังคมจากเดิม 432 บาท เป็น 240 บาท มาเดือนนี้เป็นงวดที่ต้องจ่ายประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เป็นจำนวนเงิน 432 บาทเหมือนเดิม เกิดความรู้สึกว่ามันแพงขึ้น สรุปแล้วก็ตกวันละ 14.4 บาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรถ้าคิดจากรายได้รายวัน สมมติว่ารายได้ 300 บาทต่อวัน(9,000 บาท ต่อเดือนไม่มีวันหยุด) ค่าประกันสังคมจะอยู่ที่ 4.8 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเต็มจำนวนจากรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ค่าประกันสังคมจะอยู่ที่ 2.88 เปอร์เซ็นต์
มองกันได้ทั้งสองมุม ถ้าหากเราคิดว่าเป็นการฝากเงินเหมือนการบังคับให้ฝากทุกๆ เดือนจำนวน 3-5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ในอนาคตเมื่อยามเกษียรก็จะช่วยแบ่งเบาภาระและมีรายได้เพิ่มถึงจะไม่มากนักแต่ก็ยังดี อีกทั้งยังมีสวัสดิการในเรื่องการรักษาพยาบาลอีกด้วย
มองกันได้ทั้งสองมุม ถ้าหากเราคิดว่าเป็นการฝากเงินเหมือนการบังคับให้ฝากทุกๆ เดือนจำนวน 3-5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ในอนาคตเมื่อยามเกษียรก็จะช่วยแบ่งเบาภาระและมีรายได้เพิ่มถึงจะไม่มากนักแต่ก็ยังดี อีกทั้งยังมีสวัสดิการในเรื่องการรักษาพยาบาลอีกด้วย
By:
admin
On 2:09 PM
Thursday, January 28, 2010
12 สัญญาณเตือนให้มองหางานใหม่
หากคุณกำลังเดินมาเจอทางสองแพร่งที่ต้องให้เลือกระหว่าง "อยู่" หรือ "ไป" จากงานที่ทำอยู่ นี่เป็นเหตุผลที่เราคัดมาเพื่อให้คุณลองใช้ประกอบการตัดสินใจ (ได้เร็วขึ้น)
1. ทุกๆ ต้นปี บริษัทมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน แต่คุณกลับไม่ได้รับเงินเดือนเพิ่มมานานหลายปีแล้ว
2. ทำงานมาตั้งนาน แต่ไม่เคยได้รับความไว้วางใจให้ทำงานโปรเจ็กต์ที่ใหญ่พอจะสร้างคะแนนนิยมในตัวคุณสักครั้ง
3. คุณไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือสัญญาณใดๆ จากเจ้านาย ทั้งๆ ที่ผลงาน (ที่คิดว่าเป็น) ชิ้นโบแดงเพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ
4. ความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านายและเพื่อนๆ เริ่มง่อนแง่น พยายามสานสัมพันธ์อย่างไรก็ไม่ดีขึ้น
5. ความคิดเห็นส่วนตัวหรือมุมมองของคุณไปกันไม่ได้กับวัฒนธรรมของบริษัท
6. ชื่อเสียงในด้านลบของคุณเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วออฟฟิศ เผลอๆ อาจขจรขจายไปไกลถึงต่างองค์กรอีก
1. ทุกๆ ต้นปี บริษัทมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนให้พนักงาน แต่คุณกลับไม่ได้รับเงินเดือนเพิ่มมานานหลายปีแล้ว
2. ทำงานมาตั้งนาน แต่ไม่เคยได้รับความไว้วางใจให้ทำงานโปรเจ็กต์ที่ใหญ่พอจะสร้างคะแนนนิยมในตัวคุณสักครั้ง
3. คุณไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรือสัญญาณใดๆ จากเจ้านาย ทั้งๆ ที่ผลงาน (ที่คิดว่าเป็น) ชิ้นโบแดงเพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ
4. ความสัมพันธ์ของคุณกับเจ้านายและเพื่อนๆ เริ่มง่อนแง่น พยายามสานสัมพันธ์อย่างไรก็ไม่ดีขึ้น
5. ความคิดเห็นส่วนตัวหรือมุมมองของคุณไปกันไม่ได้กับวัฒนธรรมของบริษัท
6. ชื่อเสียงในด้านลบของคุณเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วออฟฟิศ เผลอๆ อาจขจรขจายไปไกลถึงต่างองค์กรอีก
By:
admin
On 3:46 PM
Sunday, January 24, 2010
แผนที่-ปากคลองตลาด-บ้านหม้อ-พาหุรัด-สะพานเหล็ก-สำเพ็ง
ตอนรับวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึงเร็วๆ นี้ ขอนำเสนอสถานที่สำคัญอีกที่หนึ่ง นั่นก็คือ ปากคลองตลาด ซึ่งเป็นแหล่งขายส่งดอกกุหลาบ,ดอกไม้, ผัก และผลไม้นานาชนิด
สายรถเมล์ที่ผ่านปากคลองตลาดคือ สาย2,3,7ก,8,12,53,60,73,73ก,82
สำหรับคนที่ขับรถไปเองสามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถปากคลองตลาดได้ครับ อยู่ทางซ้ายมือ ถ้ามาจากสะพานพุทธแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดก็ให้สังเกตุให้ดีๆ จะมีช่องทางที่จะไปสถานที่จอดรถช่องเล็กๆ หรือจะไปจอดที่ริมคลองหลอดก็ได้ แถวๆ สน.พระราชวัง หรืออาจจะเป็นบริเวณหน้ากรมรักษาดินแดนอาจจะไกลไปนิดแต่น่าจะใกล้ที่สุดสำหรับแถวนั้นแล้วครับ เพราะที่จอดค่อนข้างหายาก
สายรถเมล์ที่ผ่านปากคลองตลาดคือ สาย2,3,7ก,8,12,53,60,73,73ก,82
สำหรับคนที่ขับรถไปเองสามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถปากคลองตลาดได้ครับ อยู่ทางซ้ายมือ ถ้ามาจากสะพานพุทธแล้วเลี้ยวซ้ายไปนิดก็ให้สังเกตุให้ดีๆ จะมีช่องทางที่จะไปสถานที่จอดรถช่องเล็กๆ หรือจะไปจอดที่ริมคลองหลอดก็ได้ แถวๆ สน.พระราชวัง หรืออาจจะเป็นบริเวณหน้ากรมรักษาดินแดนอาจจะไกลไปนิดแต่น่าจะใกล้ที่สุดสำหรับแถวนั้นแล้วครับ เพราะที่จอดค่อนข้างหายาก
By:
admin
On 3:34 PM
Tuesday, January 19, 2010
เรื่อง การแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประจำปี พ.ศ.2553
ตามที่สำนักงานประกันสังคม ได้ออกระเบียบสำนักงานประกันสังคม ว่าด้วยการออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ให้แก่ผู้ประกันตนเพื่อเป็นหลักฐานในการขอรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาล โดยระยะเวลาที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิฯ เป็นเวลา 2 ปี คือตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553 และผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทะิฯ ได้ปีละครั้งนั้น
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี ขอเรียนชี้แจงให้ผู้ประกันตนที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ในปี พ.ศ.2553 ได้รับทราบและดำเนินการดังต่อไปนี้
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี ขอเรียนชี้แจงให้ผู้ประกันตนที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ในปี พ.ศ.2553 ได้รับทราบและดำเนินการดังต่อไปนี้
By:
admin
On 10:12 AM
Subscribe to:
Posts (Atom)
