Showing posts with label ประกันสังคม. Show all posts
Showing posts with label ประกันสังคม. Show all posts

Wednesday, February 12, 2014

อัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมงวดเดือนมกราคม 2557 เป็นต้นไป เดือนละ 432 บาท

ตามที่ สำนักงานประกันสังคมได้ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2556 ในส่วนของผู้ประกันตนสมัครใจมาตรา 39 โดยจัดเก็บเงินสมทบตั้งแต่งวดเดือนมกราคา - งวดเดือนธันวาคม 2556 เดือนละ 336 บาทนั้น สำนักงานประกันสังคมให้จัดเก็บเงินสมทบกองทุนประกันสังคมผู้ประกันตนสมัครใจมาตรา 39 ตั้งแต่งวดเดือนมกราคา 2557 เป็นต้นไป ในอัตราเดิม คือ เดือนละ 432 บาท สำหรับประโยชน์ทดแทน 6 กรณี เป็นไปตามกฏหมายกำหนด

เพราะฉะนั้น ในปี 2557 เราผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบในอันตราเดิม คือ 432 บาทต่อเดือน จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

Wednesday, April 3, 2013

ด่วนที่สุด!!! การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ได้รับจดหมาย ด่วนที่สุด จากสำนักงานประกันสังคมดังนี้

เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๖

เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๘

สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๖ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ เพื่อการรับประโยชน์ทดแทน 9 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอัตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ โดยกำหนดให้ลดอัตราเงินสมทบ ดังนี้

- ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖

ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมาราคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ให้นำสงเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

จำตัวเลขให้แม่นน๊ะครับ ๓๓๖ บาทจนถึงงวนเดือนธันวาคม ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยลดรายจ่าย ถึงจะไม่มากก็คิดรวมทั้งปีก็พอสมควรครับ

Sunday, March 10, 2013

ปี 2556 ประกันสังคมขยายเวลาลดอัตราการส่งเงินสมทบเป็น 336 บาท

ความจริงแล้วไม่ได้ทราบข่าวนี้มาก่อน เมื่อวานไปชำระเงินสมทบประกันสังคมที่ธนาคารกรุงไทย เขียนใบนำฝากสีเหลืองเป็นจำนวนเงิน สี่ร้อยสามสิบสองบาท(432) พอถึงคิวตามที่กดบัตรคิวก็เข้าช่องไปยื่นจ่ายตามระเบียบ แต่พนักงานรับฝากพูดอะไรได้ยินไม่ถนัด ถามซ้ำอีกครั้งบอกว่า ตรงนี้จะจ่ายเป็น "สามร้อยสามสิบหกบาทครับ" "เขาเพิ่งมีประกาศลดอัตราสมทบ" ผมเอ่ยขึ้นว่า "ปรกติก็น่าจะมีหนังสือมาก่อน เดือนก่อนยังจ่าย 432 บาทอยู่นี่ครับ" "เดี๋ยวเขาคงมีวิธีคืนเงินมาให้แหละครับ" "ผมก็ตอบกลับว่า ดีจริงๆ อยู่ๆ ก็เหมือนมีเงินใช้อีกร้อยหนึ่ง"

วันนี้เข้าไปเช็คที่เว็บไซด์ประกันสังคมเพื่อดูว่ามีข่าวเกี่ยวกับการลดอัตราการส่งเงินสมทบหรือเปล่า ปรากฏว่า ไม่เห็นแม้เงา นึกหวั่นใจว่าธนาคารจะมั่วหรือเปล่าเดี๋ยวเราจะซวยก็เลยต้องค้นหาข้อมูลสรุปว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม” เป็น 336 บาทในปี 2556 เพราะต้องการช่วยเหลือนายจ้างมาจากเหตุเรื่อง การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน 300 บาท ทั่วประเทศ

เอ๊ะ...แล้วมีผลกับเราด้วยหรือเปล่า เพราะเราอยู่ในมาตรา 38 ก็คงต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป แต่ผมว่า ข้อมูลแบบนี้เว็บไซด์ประกันสังคมที่น่าจะเป็นทางการกับไม่มีข่าวซ่ะนี่ อยากให้ปรับปรุงสื่อทางด้านนี้ให้มากกว่านี้หน่อย หรือว่าผมหาไม่เจอเอง...

Sunday, December 16, 2012

บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลประจำปี 2556

ได้รับจดหมายสดๆ ร้อนๆ จากประกันสังคมพร้อมทั้งบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลประจำปี 2556 ใจความของจดหมายมีดังต่อไปนี้

เรื่อง บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล

เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๘

สิ่งที่ส่งมาด้วย บัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล

 ด้วยบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาลของท่านจะหมดอายุในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] จึงออกบัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับใหม่ที่เริ่มใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นระยะเวลา ๒ ปี (สิ่งที่ส่งมาด้วย) โดยระบุสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ เดิม ยกเว้นสถานพยาบาลเดิมไม่เข้าเป็นสถานพยาบาลประกันสังคมปี ๒๕๕๖ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] ได้จัดสถานพยาบาลทดแทนให้ท่าน หากท่านมีความประสงค์ที่จะเลือกสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นคำขอตามแบบ สปส.๙-๐๒ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด[...] ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งสถานพยาบาลที่เลือกต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

 (๑) สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่ประจำทำงานหรือเขตจังหวัดรอยต่อของจังหวัดที่ประจำทำงาน หรือ
(๒) สถานพยาบาลในเขตจังหวัดที่พักอาศัยหรือเขตจังหวัดรอยต่อของจังหวัดที่พักอาศัย

 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ในส่วนนี้ก็น่าจะรวมไปถึง ความต้องการในการเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่สำหรับผู้ประกันตนด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ประกันตน อย่างไรก็ตาม ควรโทรสอบถามไปยังประกันสังคมจังหวัดที่เราใช้บริการอยู่น๊ะครับ

Thursday, June 28, 2012

อัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมใหม่งวดเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2555

อ้างอิงจากเนื้อหา ด่วนที่สุด!!! - การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555 จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะดังนี้


- ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท

การส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม คือ การให้ใช้ก่อนแล้วจ่ายทีหลัง ความหมายก็คือ สมมติว่าวันนี้คือเดือน กรกฎาคม เพราะฉะนั้น การส่งเงินสมทบจะเป็นของเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นงวดสุดท้ายที่เราจะส่งเงินสมทบเป็นจำนวนเงิน 240 บาท ส่วนในเดือนถัดไป คือ เดือนสิงหาคม จะเป็นการส่งเงินสมทบของงวดเดือนกรกฎาคม จำนวนเงิน 336 บาทจนถึงสิ้นปี

ขออัปเดทสั้นๆ เพื่อเตือนความจำแค่นี้ครับ...

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

Wednesday, January 25, 2012

ด่วนที่สุด!!! - การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555

ได้รับจดหมายจากประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี ลงวันที่ 16 มกราคม 2555 แต่จดหมายมาถึงวันที่ 24 มกราคม 2555 เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.2555 ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนที่จะได้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงมา แม้จะไม่มากเท่าไร แต่ยังดีเสียกว่าไม่ได้ลดน๊ะจะบอกให้

มาดูรายละเอียด ผมขอคัดลอกมาทั้งฉบับก็แล้วกัน จะได้ไม่มีอะไรตกหล่น

เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี พ.ศ.๒๕๕๕

เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙

สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๕ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ เพื่อการรับประโยชน์ทดแทน ๖ กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ โดยกำหนดให้ลดอัตราเงินสมทับเป็นระยะเวลา ๑๒ เดือน ดังนี้
- ตั้งแต่งวดเืดือนมกราคม - งวดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ บาท
- ตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม - งวดเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๓๓๖ บาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่งวดเดือนมกราคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ให้นำส่งเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

ผ่ายเงินสมทบและการตรวจสอบ
โทร. ๐-๒๕๕๐ - ๕๑๐๔ - ๗ / ๐-๒๕๙๑-๐๙๓๗ / หรือ โทร. ๑๕๐๖
โทรสาร ๐-๒๕๘๐-๓๐๑๓

อีกฉบับหนึ่ง ส่งมาพร้อมกัน จะเป็นเรื่อง การแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕ สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ มีขั้นตอนดังนี้

1. กรอกข้อมูลลงในแบบขอบัตรรับรองสิทธิ ฯ สปส. ๙-๐๒ ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมแจ้งชื่อสถานพยาบาลที่ต้องการเปลี่ยนและสถานพยาบาลสำรองตามลำดับ
2. แนบหลักฐาน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. จัดส่งเอกสารตาม ๑ และ ๒ ให้สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นเอกสารดังกล่าวด้วยตนเอง ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕

หมายเหตุ : ผู้ประกันตนที่ไม่ประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ปี ๒๕๕๕ ไม่ต้องยื่นเอกสาร

Monday, June 20, 2011

ช่องทางชำระเงินสมทบประกันสังคม

เรื่องการจ่ายเงินสบทบประกันสังคม เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลอยู่เสมอ เพราะกลัวจะลืมจ่าย ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งของชีวิตเลยก็ว่าได้ ดีหน่อยที่สามารถเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยได้ แต่สิ่งที่ต้องการก็คือการหักเงินจากบัญชีอัตโนมัติ ว่าแล้วก็ค้นหาข้อมูล ก็พบช่องทางชำระเงินสมทบประกันสังคมในหน้าข่าวของสำนักงานประกันสังคมเอง เนื้อความมีดังนี้

"สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบเพื่ออำนวยความสะดวก แก่นายจ้าง ในการจ่าย เงินสมทบที่หลากหลายวิธีในการชำระเงินที่รวดเร็ว และสะดวกขึ้น โดยจ่ายเงินผ่านทาง สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ผ่านธนาคาร ธนาณัติ pay at post และ e-payment 


สำนักงานประกันสังคม ได้เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสมทบ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว แก่นายจ้างในการชำระเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกๆ วันที่ 15 และ 29 ของเดือน โดยนายจ้างไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงานประกันสังคม ซึ่งวิธีการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคม มี ดังนี้ ชำระเงินสมทบผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) , ชำระเงินสมทบโดยธนาณัติ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ทุกสาขาทั่วประเทศ , ชำระเงินสมทบที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ (Pay at post) ในโครงการนำร่อง 3 สาขา ได้แก่ สาขาจตุจักร สาขาหลักสี่ และรามอินทรา , และการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment ซึ่งนายจ้างจะต้องทำความตกลงกับทางธนาคาร โดยจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อเป็นการหักเงินสมทบ ในการชำระเงิน


หากนายจ้างมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือโทร 1506 ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดตั้งแต่เวลา 07.00 น. -19.00 น หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th"

ในส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ก็คือการชำระเงินสมทบผ่าน Internet หรือ e-payment น่าจะเป็นเรื่องที่สะดวกที่สุด แต่คงไม่ใช่การหักเงินอัตโนมัติ ยังคงต้องรอรับคำสั่งจากเราอยู่ ไม่แน่ใจว่าทางธนาคารจะมีบริการหักเงินอัตโนมัติหรือเปล่า ซึ่งถ้าสามารถทำได้เพียงการชำระออนไลน์ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรสำหรับผม เพราะสิ่งที่ต้องการก็คือ กลัวลืมจ่าย อีกทั้งการทำธุระกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ต ผมก็ไม่นิยม

เอาเป็นว่าตอนนี้ก็จำว่าต้องเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกต้นเดือน ไม่เกินวันที่ 15

Friday, February 18, 2011

ประกันสังคมเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนในปี 2554

สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตน ประกอบด้วย

กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ในส่วนกรณีทันตกรรม เดิมผู้ประกันตนมีสิทธิกรณี ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน โดยนำใบเสร็จและใบรับรองแพทย์มาเบิกคืนได้ไม่เกินครั้งละ 250 บาท ปีละไม่เกิน 500 บาท จะได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นครั้งละไม่เกิน 300 บาท ปีละไม่เกิน 600 บาท และได้เพิ่มสิทธิในการใส่รากฟันเทียม ให้กับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุ และสูญเสียฟันทั้งปาก หรือ ผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 53 ปีขึ้นไป และสูญเสียฟันทั้งปาก ซึ่งผู้ประกันตนต้องยื่นความจำนงขอรับสิทธิภายใน 90 วัน นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ พร้อมรับแบบคำขอและตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ประกันตนได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ โดยสำนักงานประกันสังคม จะส่งผู้ประกันตนพบแพทย์ในโรงพยาบาลโครงการรากฟันเทียมให้ความเห็น ตามใบรับรองแพทย์ที่กำหนด และส่งเรื่องหารือคณะกรรมการการแพทย์ พร้อมแจ้งมติให้ผู้ประกันตนทราบ เพื่อเข้ารับการรักษา โดยสถานพยาบาลในโครงการรากฟันเทียมจะเป็นผู้ขอรับค่าบริการ ทางการแพทย์ หลังจากสิ้นสุดการรักษาเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 16,000 บาทต่อราก และไม่เกินรายละ 2 ราก

นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสิทธิ กรณีผู้ป่วยโรคจิตของกองทุนประกันสังคม จากเดิมที่ผู้ป่วยโรคจิตไม่สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้ ยกเว้นการป่วยในกรณีเฉียบพลัน ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาทันทีภายใน 15 วัน ได้มีการขยายสิทธิการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคจิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งในการคุ้มครองและรักษาผู้ป่วยให้เข้าสู่ระบบการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม

กรณีทุพพลภาพ จากเดิมผู้ประกันตนเคยได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน เดือนละ 2,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มเป็นไม่เกิน 4,000 บาท ต่อเดือน ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน ประเภทผู้ป่วยใน แต่หากเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง รวมทั้งเหมาจ่ายค่าพาหนะเพื่อรับบริการทางแพทย์ไม่เกินเดือนละ 500 บาท

กรณีคลอดบุตร จากเดิมผู้ประกันตนได้รับค่าคลอดบุตร 12,000 บาท ในปีนี้ได้เพิ่มค่าคลอดบุตรเป็นครั้งละ 13,000 บาท นอกจากนี้ผู้ประกันตนหญิงยังคงได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน ส่วนผู้ประกันตนชายที่มีภรรยาไม่ได้เป็นผู้ประกันตนใช้สิทธิได้ 2 ครั้ง

กรณีสงเคราะห์บุตร จากที่ผู้ประกันตนเคยได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 350 บาทต่อบุตร 1 คน สำหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์เบิกได้คราวละไม่เกิน 2 คน จะได้เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรเป็นรายละ 400 บาท

ทั้งนี้เฉพาะกรณีสงเคราะห์บุตรให้รอประกาศเป็นกฎกระทรวงก่อน นอกจากนั้น ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ประกันตนทุกคนที่จะได้รับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ เพราะสำนักงานประกันสังคมได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นเจ้าของเงินกองทุนประกันสังคมตัวจริง ดังนั้นควรจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ อย่างเต็มที่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไปนั่นเอง
----------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สายด่วนประกันสังคม 1506 www.sso.go.th

ยื่นเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคม

สปส. แจ้ง 4 ม.ค. – 31 มี.ค. 54 นี้ ผู้ประกันตนสามารถยื่นเปลี่ยน รพ. ได้

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แจ้งผู้ประกันตนที่มีความปะสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2554 ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดให้มีการเปลี่ยนสถานพยาบาล โดยผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ หรือ ผู้ประกันตนที่เลือกสถานพยาบาลไว้แล้ว แต่สถานพยาบาลนั้น ออกจากการเป็นสถานพยาบาลในระบบประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลอื่นให้ก่อน หากผู้ประกันตนมีความประสงค์เปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ สามารถยื่นคำขอตามแบบเลือกสถานพยาบาล (สปส.9-02) ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา ที่ท่านสะดวก ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2554

อย่างไรก็ตาม ในการยื่นแบบคำขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ผู้ประกันตนจะต้องสำเนาบัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับเดิมไว้เพื่อการรับบริการทางการแพทย์ ในกรณีที่ผู้ประกันตนยังไม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลใหม่ในระหว่างการเปลี่ยนสถานพยาบาลและยังไม่ได้บัตรรับรองสิทธิฯ ฉบับใหม่ หากผู้ประกันตนจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ก่อน ซึ่งรายชื่อสถานพยาบาลสามารถตรวจสอบได้จาก www.sso.go.th หรือ ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ 1506 กด 1 หรือ สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่/จังหวัด/สาขา แต่หากผู้ประกันตนไม่มีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่สามารถใช้สิทธิรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลเดิมได้ต่อไป
มีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติให้บริการ 24 ชั่วโมง)

---------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สอบถามประกันสังคม โทร. 1506 www.sso.go.th

Thursday, February 4, 2010

เริ่มจ่ายประกันสังคมเดือนละ 432 บาท อีกแล้ว

 หลังจากที่รัฐบาลช่วยประหยัดเงินค่าประกันสังคมจากเดิม 432 บาท เป็น 240 บาท มาเดือนนี้เป็นงวดที่ต้องจ่ายประกันสังคมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 เป็นจำนวนเงิน 432 บาทเหมือนเดิม เกิดความรู้สึกว่ามันแพงขึ้น สรุปแล้วก็ตกวันละ 14.4 บาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรถ้าคิดจากรายได้รายวัน สมมติว่ารายได้ 300 บาทต่อวัน(9,000 บาท ต่อเดือนไม่มีวันหยุด) ค่าประกันสังคมจะอยู่ที่ 4.8 เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเต็มจำนวนจากรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ค่าประกันสังคมจะอยู่ที่ 2.88 เปอร์เซ็นต์

มองกันได้ทั้งสองมุม ถ้าหากเราคิดว่าเป็นการฝากเงินเหมือนการบังคับให้ฝากทุกๆ เดือนจำนวน 3-5 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ในอนาคตเมื่อยามเกษียรก็จะช่วยแบ่งเบาภาระและมีรายได้เพิ่มถึงจะไม่มากนักแต่ก็ยังดี อีกทั้งยังมีสวัสดิการในเรื่องการรักษาพยาบาลอีกด้วย

Tuesday, January 19, 2010

เรื่อง การแจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ประจำปี พ.ศ.2553

 ตามที่สำนักงานประกันสังคม ได้ออกระเบียบสำนักงานประกันสังคม ว่าด้วยการออกบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ให้แก่ผู้ประกันตนเพื่อเป็นหลักฐานในการขอรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาล โดยระยะเวลาที่ระบุในบัตรรับรองสิทธิฯ เป็นเวลา 2 ปี คือตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 ถึง 31 ธันวาคม 2553 และผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทะิฯ ได้ปีละครั้งนั้น

สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี ขอเรียนชี้แจงให้ผู้ประกันตนที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ในปี พ.ศ.2553 ได้รับทราบและดำเนินการดังต่อไปนี้

Wednesday, September 9, 2009

ส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดที่ 4 ที่ธนาคารกรุงไทย

หลังจากที่สงสัยมานาน เพราะหาข้อมูลไม่ได้และไม่มีโอกาสถามเจ้าหน้าที่ประกันสังคมว่า ชำระเงินสมทบประกันสังคมที่ธนาคารจะเสียค่าธรรมเนียมหรือเปล่า วันนี้มีโอกาสไปเดินห้างและก็นึกขึ้นมาได้ว่ามีธนาคารกรุงไทยอยู่ที่ห้างนั้นด้วย ก็เลยถือโอกาสชำระเงินค่าประกันสังคมซ่ะเลยดีกว่า เพราะถ้าจะเดินทางไปชำระเองที่สำนักงานประกันสังคมก็คงไม่คุ้มค่าเดินทาง คิดไปคิดมาแล้วถ้าหากจะเสียค่าธรรมเนียม 10 - 15 บาทก็ยังคุ้มที่จะเดินทางไปเอง

ว่าแล้วก็เดินไปที่ธนาคารกรุงไทย จะมีแบบฟอร์มสีเหลืองให้กรอก ซึ่งมีข้อแนะนำอยู่ด้านหลังแบบฟอร์มดังนี้
  1. ให้กรอก "เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน" ยกเว้นกรณีไม่มีเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน ให้กรอกเลขที่ ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดเท่านั้น
  2. ช่อง "งวดที่ต้องการชำระ" 2 ช่องแรก หมายถึง เดือนที่ชำระเงินสมทบ 4 ช่องหลังหมายถึง ปี พ.ศ. ที่ชำระเงินสมทบให้เขียนเป็นตัวเลขเท่านั้น เช่น ชำระเงินสมทบของเดือน มกราคม 2547 ให้เขียนว่า [0][1][2][5][4][7] เป็นต้น
  3. การรับชำระเงินต้องครบถ้วนตามจำนวนที่แสดงไว้ใน แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ
  4. การรับชำระเงินสมทบให้เขียนใบชำระเงินประกันสังคมแยกเป็นเงินสด เงินโอน หรือเช็ค อย่างละ 1 ฉบับ ตามประเภทการชำระเงิน
กรณีเป็นเช็คจะต้องมีลักษณะ และเงื่อนไขดังนี้ : -
  • เป็นเช็คของสถานประกอบการหรือแคชเชียร์เช็ค (Casher Cheque)
  • เป็นเช็คของธนาคารที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ของสถานประกอบการนั้น
  • มิใช่เช็คโอนสลักหลัง
  • เช็คที่ผู้มีหน้าที่ชำระเงินสมทบเป็นผู้เซ็นสั่งจ่าย
  • เป็นเช็คที่ลงวันที่ในวันมาชำระ หรือลงวันที่ก่อนชำระไม่เกิน 7 วัน และห้ามรับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า
  • เป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายให้่แก่สำนักงานประกันสังคม หรือกองทุนประกันสังคม และขีดฆ่าคำว่า "ผู้ถือ" ออก
  • ห้ามใช้เช็คที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินสมทบที่ต้องชำระ
หลังจากที่อ่านรายละเอียดของแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ความจริงก็ไม่ได้อ่านทั้งหมด ดูเฉพาะในส่วนที่ต้องกรอก ก็จะมีดังนี้

สาขาที่รับฝาก.......................................................วันที่.........................
หมายเลขอ้างอิง 1 [ชื่อและเลขที่บัตรประจำตัวประชนชน]
หมายเลขอ้างอิง 2 [เดือน ปี พ.ศ.]
ชำระโดย [X]เงินสด [ ]เงินโอน [ ]เช็คธนาคาร
ตัวอักษร (BAHT).................................................จำนวนเงิน (AMOUNT).......................
ผู้นำฝาก.........................


รายละเอียดในการกรอกก็มีเท่านี้นั่นแหละครับ เมื่อทำการกรอกเรียบร้อยแล้วก็เดินไปกดปุ่มเพื่อรับบัตรคิว ความจริงผมก็กรอกไม่เรียบร้อยครับเพราะจำไม่ได้ว่าต้องจ่ายเงินจำนวนเท่าไรก็ปล่อยว่างไว้ เดี๋ยวไปถามที่เคาเตอร์ก็ได้ หลังจากกดปุ่มรับบัตรคิวปุ๊บ ก็ได้คิวทันที เพราะไม่มีคนไปใช้บริการที่ธนาคาร เมื่อถึงหน้าเคาเตอร์ก็บอกว่าผมจำไม่ได้ว่าจ่ายเงินประกันสังคมเป็นจำนวนเงินเท่าไร เขาก็เขียนให้ว่า 240 บาท ผมก็จ่ายไป 300 บาทเผื่อมีค่าธรรมเนียม(ก็ยังคิดว่ามีค่าธรรมเนียมอยู่) หลังจากนั้นเขาก็ทอนมา 60 บาท ผมก็รับทันที

ตอนนี้ผมก็ทราบแล้วว่า ไปจ่ายเงินสมทบประกันสังคมที่ธนาคารไม่มีค่าธรรมเนียม เล่นเอาโง่อยู่ตั้งนานกว่าจะรู้ว่าไม่เสีย

ผมก็ยังงง ๆ อยู่เหมือนกันน๊ะ เพราะจากการหาข้อมูลจากเว็บไซด์ ก็พบว่าต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือว่าเฉพาะธนาคารกรุงไทยไม่เสียก็ไม่ทราบน๊ะครับ เอาเป็นว่า คราวหน้าผมคงไปเสียที่ธนาคารกรุงไทยดีกว่า เพราะสะดวกดีเหมือนกัน

สรุปว่า ส่งเงินสมทบประกันสังคมที่ธนาคารกรุงไทยไม่มีค่าธรรมเนียมครับผม ธนาคารไม่รู้

Tuesday, August 11, 2009

ส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดที่ 3 จำนวนเงิน 240 บาท

สำหรับเงินสมทบประกันสังคมงวดนี้จนครบกำหนด 6 เดือนข้างหน้า จะลดเงินสมทบลงมาเหลือ 240 ต่อเดือน วันนี้ผมก็ไปก่อนที่ประกันสังคมจะเปิด เวลาทำการของประกันสังคมคือ 8:30 แต่ผมไปถึงประมาณ 8:10 ความจริงแล้วก็ไม่ได้อยากไปก่อนที่เขาจะเปิดทำการ แต่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้ถนนถึงโล่งมากจนไปถึงเร็วกว่าที่คาดหมายเอาไว้

การรอคอยเพียง 20 นาทีสำหรับผมถือว่าเป็นการรอคอยที่ค่อนข้างนาน เพราะฉะันั้นก็ต้องหาอะไรทำ เดินแว๊ะไปเวียนมาก็ไปเจอร้านขายน้ำประเภทชา, กาแฟ ร้อน/เย็น ผมก็เลยเดินเข้าไปสั่งกาแฟเย็นซักหน่อย ถ้าใส่ถุงคิด 12 บาท ใส่แก้วพลาสติกคือ 15 บาท ก็เลยนึกสงสัยว่า ราคาแก้วพลาสติกนี่มัน 3 บาทเลยเหรอ หรือว่าคิดค่าอื่น ๆ รวมไปด้วย เช่น เสียเวลาปิดฝา และต้องออกแรงกระแทกหลอดที่บนฝา มันก็เลยราคาเพิ่มเป็น 3 บาท ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าราคาแก้วมันเป็นเท่าไร แต่ก็ไม่น่าจะถึง 3 บาท น่าจะประมาณบาทกว่า ๆ หรือประมาณหนึ่งบาทเท่านั้น แต่ก็ช่างมันเถอะ ว่าเลยก็ให้แบ้งค์ยี่สิบเก่า ๆ มีข้อความเขียนว่า "เงินก้นถุง" ก็น่าจะใช่เพราะเก่ามากและคงเก็บไว้ก้นถุงนานกว่าจะไ้ด้นำออกมาใช้

หลังจากดูดกาแฟไปซักระยะหนึ่ง ก็เห็นคนที่กำลังรอเวลาเปิดทำการอยู่เข้าแถวอยู่ประมาณ 10 กว่าคน เจ้าหน้าที่ก็นำเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิออกมายิงที่หน้าผากทุกคนว่าเกิด 37.5 องศาหรือเปล่า ถ้าไม่ ก็จะได้สติกเกอร์ทรงกลมสีชมพู(เป็นสีประจำวันพุธ ถ้าวันอื่นก็เป็นสีประจำวันนั้น) ติดให้กับทุก ๆ คนที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เดือนก่อนที่ผมไปติดต่อประกันสังคมก็ยังไม่เห็นมีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าเลยซักนิด ใครคิดอยากจะเดินเข้าเดินออกก็ทำได้ง่าย ๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ซ่ะแล้ว ก็เลยนึกสงสัยเกี่ยวกับสถานะการณ์การระบาดของไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 ว่าเป็นอย่างไร ผมว่าน่าจะระบาดกันค่อนข้างเยอะและก็ยังควบคุมไม่ได้ในตอนนี้ ก็คงจะทำอะไรไม่ได้ ต่างคนต่างก็หาทางป้องกันกันเองก็เท่านั้น ชีวิตใครคนนั้นก็ต้องระมัดระวังกันเอาเอง ถ้าดวงซวยไปติดไข้หวัด 2009 ก็คงต้องยอมรับความเป็นไป

8:30 ประตูเปิด ทุก ๆ คนรู้ตำแหน่งที่ตนเองต้องการจะไป ผมก็ต้องไปกดบัตรคิวเพื่อรอจ่ายเงิน ได้คิวที่ 9 ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็เป็นอันเสร็จพิธี แล้วก็รีบจ้ำอ้าวออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อทำภาระกิจอื่ืนต่อไป

Wednesday, July 29, 2009

การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประักันสังคมจาก 432 บาท เป็น 240 บาท

ด่วนที่สุด

วันนี้เป็นวันที่ผมได้รับจดหมายจากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี มาเห็นจดหมายก็ตอนประมาณทุ่มเศษ ๆ รู้สึกตกใจเล็กน้อยว่ามันเรื่องอะไรกัน เพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็นมีจดหมายจากประกันสังคมส่งมาถึงเลยซักครั้งเดียว นอกจากครั้งที่เคยทำเรื่องขอเงินชดเชยการว่างงานเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่แล้วหลังจากเปิดดูจดหมายก็พบคำว่า "ด่วนที่สุด" ก็ทำให้ตกใจเข้าไปใหญ่ แต่พออ่านหัวข้อแล้วถึงกับยิ้มแก้มแถบจะฉีกไปถึงหู ก็จะอะไรซ่ะอีกล่ะ ก็เป็นเรื่องที่เคยได้ข่าวมาว่าประกันสังคมจะลดอัตราเงินสมทบลงเหลือร้อยละ 3 ซึ่งแต่เิดิมจะต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท หลังจากลดแล้วจะเหลือ 240 บาท คิดแล้วเราจะประหยัดเงินไปได้อีก 192 บาทต่อเดือน ซึ่งการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประักันสังคมนี้จะมีระยะเวลา 6 เดือน รวมทั้งหมดแล้วเราก็ประหยัดได้ถึง 1,152 บาท ทีเดียว

ลึก ๆ ในใจของผม ผมก็ยังหวังไว้ว่า มาตราการนี้น่าจะมีการต่ออายุไปอีกเหมือนกับเรื่อง ไฟฟ้า, ประปา, รถเมล์ฟรี อะไรทำนองนี้นั่นแหละครับเนื้อหาใจในจดหมายที่ส่งมาถึงผม และถึงทุก ๆ คนที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีดังนี้

มุมซ้ายบนมีตัวปั้มคำว่า "ด่วนที่สุด" เลขที่เอกสาร คือ "ที่ รง ๐๖๐๔/๖๙๖๓" ทางด้านขวาบนเป็นที่อยู่ที่ส่งจาก "สำนักงานประกันสังคม ถนนติวานนท์ นนทบุรี ๑๑๐๐๐" ลงวันที่ "๒๔ กรกฏาคม ๒๕๕๒"

เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙

สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๒ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ ซึ่งได้กำหนดลดอัตราเงินสมทบในกฏกระทรวงไว้เป็นระยะเวลา ๖ เดือน ให้ผู้ประกันตนตามมาตร ๓๙ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ ยาท จากเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท เพื่อรับประโยชน์ทดแทน ๖ กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ และให้นำส่งเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาทตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ
รายเซ็นต์
(นายปั้น วรรณพินิจ)
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

กองเงินสมทบ
โทร. ๐ ๒๙๖๕ ๒๒๕๑ - ๗๗
โทรสาร ๐ ๒๕๒๕ ๐๑๓๒

Thursday, July 16, 2009

การใช้สิทธิประกันสังคมครั้งแรกของผมกรณีเจ็บป่วยทั่วไป

วันนี้ถือว่าเป็นวัน "เปิดบริสุทธิ์" การใช้สิทธิประกันสังคมของผมในกรณีเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผมมีสิทธิในการใช้สิทธิประกันสังคมมาตั้งแต่เริ่มมีการทำประกันสังคมนั่นแหละครับ แต่ไม่เคยไปใช้สิทธินั้นแม้แต่ครั้งเดียว เพราะที่ทำงานเก่ามีสวัสดิการในการเบิกค่ารักษาพยาบาล และทำประกันหมู่ไว้ด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ได้ใช้สิทธิประกันสังคมแม้แต่ครั้งเดียว

ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินว่า คนที่ไปใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษาพยาบาล จะได้ยาที่มีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับการจ่ายเงินรักษาพยาบาลเอง หรือมีสวัสดิการที่ทำงาน ซึ่งผมเองก็คงต้องยอมรับครับว่า นี่คือความจริง แต่สำหรับคนที่มีเงินน้อยจะให้ทำไงได้ มีสิทธิประกันสังคมให้ใช้ดีกว่าไม่มี เพราะอย่างน้อยประกันสังคมก็ยังให้เราในส่วนอื่น ๆ นอกจากการรักษาพยาบาลไม่ใช่หรือ ตอบเองเลยว่าใช่

ถ้าให้ผมสรุปตอนนี้ว่าทำประกันสังคมคุ้มค่าหรือเปล่า ผมก็คงต้องตอบแบบตรง ๆ ในความคิดของผมว่า "ก็ยังคุ้มค่าอยู่" ถึงแม้จะไม่ได้ดูโก้เก๋ แต่ก็ช่วยผ่อนภาระบางอย่างให้กับเราได้

วันนี้ที่ผมไปใช้สิทธิก็เนื่องมาจากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด ผมก็หวั่น ๆ อยู่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือเปล่า แต่จากการสำรวจสภาพความเป็นอยู่และการเดินทางของผมในแต่ล่ะวันก็ไม่เคยเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ผมก็เลยค่อนข้างที่จะวางใจในตัวของผมเองได้ วันนี้ผมไปใช้บริการที่โรงพยาบาลแม่น้ำ(ปากเกร็ด)มาครับ คนค่อนข้างบางตา หลาย ๆ คนก็มีผ้าปิดปาก ผมเองก็เช่นกันเตรียมมาจากบ้าน เพราะกลัวสังคมจะรังเกียจที่รู้ว่าตัวเองเป็นไข้หวัดแล้วไม่นึกถึงสังคม พอไปถึงโรงพยาบาลก็เห็นเขามีแจกผ้าปิดปากก่อนเข้าโรงพยาบาลอยู่แล้ว อย่างนี้ซิครับถึงจะเรียกว่าเป็นการป้องกันที่ดีอีกทางหนึ่ง เพราะหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ป่วยจะมีที่ปิดปากไว้ที่บ้านก็ใช่ที่ นอกจากว่าเตรียมไว้เพื่อเดินทาง สำหรับขั้นตอนของโรงพยาบาลในการใช้สิทธ์ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแค่มีบัตรประกันสังคมกับบัตรประชาชนก็พอ สำหรับรายละเอียดอย่างเป็นทางการ ผมคัดลอกมาจากเว็ปไซด์ประกันสังคมมาโพสให้ดีอีกครั้งหนึ่งครับ

ผู้ประกันตนเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ท่านเลือกตามบัตรรับรองสิทธิหรือ สถานพยาบาลเครือข่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างที่หยุดพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ใน จำนวนครึ่งหนึ่งของค่าจ้างตามจำนวนวันที่หยุดจริง ไม่เกินครั้งละ 90 วัน และไม่เกิน 180 วันในหนึ่งปี หากเจ็บป่วยเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 365 วัน ผู้ประกันตนเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ท่านเลือกตามบัตรรับรองสิทธิ หรือสถานพยาบาลเครือข่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างที่หยุดพักรักษาตัว ตามคำสั่งแพทย์ในจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าจ้างตามจำนวนวันที่หยุดจริงไม่เกิน ครั้งละ 90 วัน และไม่เกิน 180 วันในหนึ่งปี หากเจ็บป่วยเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 365 วัน

โดยหลักฐานที่ต้องใช้แสดงเพื่อขอรับบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ได้แก่
1. บัตรรับรองสิทธิฯ

2. บัตรประจำตัวประชาชนส่วนการขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ คือ
1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01 )
2. ใบรับรองแพทย์
3. หนังสือรับรองจากนายจ้าง
4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรกที่มีชื่อ–เลขที่บัญชี (กรณีขอรับเงินทางธนาคาร)

ไม่ใช้เวลาในการตรวจรักษาและรอยาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ค่อนข้างที่จะรวดเร็วทีเดียว ไม่เสียเวลาเลยครับ อาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีคนมาโรงพยาบาลวันนี้ก็เป็นไปได้ เอาเป็นว่าโดยภาพรวม ๆ แล้ว ผมก็รู้สึกได้ในทางที่ดีสำหรับการใช้สิทธิในครั้งนี้

Friday, July 10, 2009

ส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดที่ 2 สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39

เมื่อวานนี้คือวันที่ 9 ก.ค. 2552 เป็นวันที่ผมได้ไปติดต่อกับประกันสังคมจังหวัดนนทบุรีอีกครั้งหนึ่งเพื่อส่งเงินสมทบงวดที่ 2 ซึ่งความจริงแล้วสามารถชำระเงินได้จนถึงวันที่ 15 ของทุก ๆ เดือน แต่เนื่องจากผมได้เห็นประกาศที่ทางประกันสังคมแจ้งไว้ว่าจะมีคนมาใช้บริการกันค่อนข้างมากในช่วงกลางเดือน คือวันที่ 14-15 และช่วงปลายเดือน คือวันที่ 28-31 เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าหลีักเลี่ยงได้จะเป็นการดีจะได้ไม่เสียเวลารอคิวนานเกินไป วันที่ผมไปก็ต้องรอคิวอยู่ประมาณ 15 คิวคือเป็นคนที่ 39 ใช้เวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ในขณะที่รอคิวอยู่ ผมได้สังเกตุเห็นว่า ยังคงมีคนมาขอรับเช็คช่วยชาติอยู่ ซึ่งในความคิดของผมคิดว่าน่าจะหมดระยะเวลาไปแล้ว แต่เปล่าเลย สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับเช็คช่วยชาติก็ขอให้รีบไปรับซ่ะ จะได้ไม่เสียผลประโยชน์ของตนเอง

ในระหว่างที่รอคิว ผมก็เห็นผู้คนทะยอยกันเข้ามาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้มาชำระเงินสมทบหรือรับเช็คช่วยชาติ แต่มาขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลก็มี คือค่าอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งผมเองก็ไม่เคยใช้บริการของประกันสังคมมาก่อนและยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด และขั้นตอนการขอรับสิทธินั้นเป็นอย่างไร แต่ผมว่า ถ้าเรารู้สิทธิของเราว่ามีอะไรบ้าง โอกาสนี้ผมก็ขอนำสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาให้ดูอีกครั้งหนึ่งดีกว่าน๊ะครับ ก็มีดังนี้

สิทธิประโยชน์
กองทุนประกันสังคม
กองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับ ประโยชน์ทดแทน กรณี

* ประสบอันตราย/เจ็บป่วย
* ทุพพลภาพ
* ตาย ซึ่งไม่เนื่องจาก การทำงาน
* คลอดบุตร
* สงเคราะห์บุตร
* ชราภาพ
* ว่างงาน

กองทุนเงินทดแทน
กองทุนเงินทดแทน คือ เงินสมทบที่เก็บ มาจากนายจ้างฝ่ายเดียว จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อทำหน้าที่จ่ายค่าทดแทนให้กับ ลูกจ้างที่

* ประสบอันตราย/เจ็บป่วย
* สูญเสียอวัยวะ/สูญเสียสมรรถภาพของ อวัยวะ
* ทุพพลภาพ
* ตาย/สูญหาย จากการทำงานให้กับนายจ้าง

เอาเป็นภาพการ์ตูนมาให้ดูกันหน่อยจะได้น่าอ่าน(ถ้าตัวหนังสือเล็กก็ให้คลิ๊กที่ภาพเพื่อขายให้ใหญ่ขึ้น)

ที่นี่เราก็อยู่สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมกันแล้ว ถ้าเข้าข่ายในกรณีใดก็ไปติดต่อเพื่อรับสิทธินั้นที่ประกันสังคมได้เลยครับ เพียงแค่บอกที่ประชาสัมพันธ์ที่ประกันสังคมว่ามาทำอะไร เดี๋ยวก็ได้รายละเอียดและขั้นตอนในการรับสิทธินั้นเองครับ ไม่ต้องเป็นกังวลที่จะรับสิทธิของเรา เดี๋ยวนี้ราชการเขาพัฒนาแล้วครับไม่เหมือนเมื่อก่อน และยินดีต้อนรับทุก ๆ คนด้วยน้ำจิตน้ำใจจริง ๆ

ถ้าหากมีปัญหาอะไรก็ให้คอมเม้นท์ได้น๊ะครับ เพราะทุกคอมเม้นท์จะส่งตรงมายังอีเมล์ผมทันที และผมจะตอบไปที่คอมเม้นท์ของเรื่องนั้น ๆ เองครับ

Tuesday, June 9, 2009

ส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดแรก 432 บาท

วันนี้เป็นวันที่ผมส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดแรกเป็นจำนวนเงิน 432 บาทหลังจากที่ตกงานมาแล้ว 7 เดือนเต็ม ก่อนที่จะส่งเงินสมทบด้วยตนเองก็ต้องสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ให้เรียบร้อยก่อน แต่ต้องไม่เกิน 6 เดือนหลังจากออกจากงาน มิเช่นนั้นแล้วก็จะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนลงทันที

สำหรับสถานที่ที่ผมไปส่งเงินสมทบงวดแรก ก็คือประกันสังคมที่จังหวัดนนทบุรีซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี หรือศาลากลางจังหวัดนนทบุรีแห่งใหม่นั่นเอง อยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้ ๆ กับห้างโลตัส ตรงกันข้ามกับสถานีดาวเทียมไทคมนั่นแหละครับ

ตอนแรกจริง ๆ แล้วผมตั้งใจจะส่งเงินสมทบโดยใช้บริการของธนาคารกรุึงไทย แต่ดูจากข้อมูลแล้วเห็นบอกว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท(อันนี้ยังไม่ค่อยแน่ใจ เอาไว้คราวหน้าจะลองดูถ้าไม่มีเวลาไปที่ประักันสังคมด้วยตนเอง) แต่ถ้าจะส่งเงินสมทบผ่านทางธนาคารเลยก็น่าจะสะดวกดีเหมือนกันเพราะถ้าจะไปที่ประกันสังคมในช่วงกลางเดือนกับปลายเดือนหรือต้นเดือน ผู้ใช้บริการจะเยอะมาก(อันนี้ก็เห็นเขาติดประกาศไว้ สายตาเหลือบไปเห็นก็เลยเก็บข้อมูลมาฝาก)

สำหรับผมเอง ผมก็ยังอยากให้หลาย ๆ คนที่ยังไม่ได้มีงานทำ หรือทำธุรกิจเอง ก็ลองต่อประกันสังคมดูก่อนน๊ะครับ เพราะเสียเงินแค่ 432 บาทเท่านั้นเอง แต่มีความคุ้มครองให้กับเราหลาย ๆ อย่าง ถ้าจะเปลี่ยนใจทีหลังก็ไม่ต้องส่งต่อ แล้วค่อย ๆ คิดทีหลังก็ได้ อย่าให้สิ่งนี้สูญเสียไปโดยที่เรายังไม่ได้คิดอะไรให้ถี่ถ้วนน๊ะครับ เอาเป็นว่า ให้ไปยื่นเรื่องเปลี่ยนผู้ประกันตนเป็นมาตรา 39 แล้วส่งเงินสมทบไปก่อน แล้วค่อยคิดทีหลังว่าจะเอายังไงอีกต่อไปน่าจะดีกว่าน๊ะครับ

Sunday, June 7, 2009

ขอย้ำอีกครั้งครับว่า อย่าลืมสมัครสิทธิประกันสังคม มาตรา 39 ภายใน 6 เดือน

ผมไม่ได้อัปเดทบล็อคมานานพอสมควร วันนี้ก็พออัปเดทกันหน่อยพอเป็นพิธี สำหรับผมเองช่วงนี้ก็จะเป็นเดือนแรกที่ผมต้องส่งเงินประกันสังคมด้วยตนเอง เพราะหมดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ใช้สิทธิเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และต้องจ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองจากการสมัคร เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มี 6 กรณี คือ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตายไม่เนื่องจากการทำงาน สงเคราะห์บุตร คลอดบุตร และชราภาพ โดยผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง สำหรับการส่งเงินสมทบในส่วนของ มาตรา 39 นั้น สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดให้ผู้ประกันตน ส่งเงินสมทบในอัตราเท่ากันทุกเดือน เดือนละ 432 บาท โดยผู้ประกันตนสามารถส่งเงินสมทบได้ 4 วิธี คือ

1.จ่าย ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด
2.จ่ายเงินทางธนาณัติ
3. ส่งผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)
4.เปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์และให้ทางธนาคารหักจากบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งผู้ประกันตนจะต้องมีเงินให้เพียงพอเพื่อหักเงินสมทบ จำนวน 432 บาท และค่าธรรมเนียม 10 บาท ภายวันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยธนาคารจะจัดส่งใบเสร็จรับเงินให้ผู้ประกันตนทางไปรษณีย์ หากนำส่งเงินสมทบดังกล่าวเกินกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 2 ต่อเดือน


หากผู้ประกันตนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ติดต่อทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น. หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.sso.go.th

Thursday, April 30, 2009

ยื่นคำร้องของเป็นผู้ประกันตน(เปลี่ยนจากมาตรา 38 เป็น 39) หลากหลายคำถามที่ควรรู้

เมื่อวานนี้ผมได้ไปยื่นคำร้องเพื่อขอเป็นผู้ประกันตนต่อโดยเปลี่ยนจากมาตรา 38 เป็น 39 ด้วยเห็นว่าชีวิตนี้คงไม่มีหลักประกันอะไรแล้วหลังจากออกจากงาน เพราะว่าเป็นห่วงในกรณีที่เจ็บป่วยและตัวเราเองก็ยังไม่ได้มีงานทำ ซึ่งในช่วงนี้ก็ได้ข่าวอีกว่าทางรัฐบาลมีนโยบายที่จะลดจำนวนเงินสมทบเข้าประกันสังคมให้อีก 2 เปอร์เซ็นต์ผมก็คงต้องติดตามเรื่องนี้ต่อไป แต่ที่แน่ ๆ คือในขณะนี้ก็ต้องจากเงินสมทบด้วยตนเองเป็นจำนวนเงินสี่ร้อยกว่าบาทซึ่งก็ไม่ได้ถือว่ามากมายอะไร ถ้าประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่น ๆ ก็คงจะไม่ทำให้เราเดือดร้อนไปมากกว่านี้ซักเท่าไหร่

ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้มีหลักประกันในชีวิต ผมก็ตัดสินใจในทันทีที่จะไปต่อประกันสังคม ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อย หลักฐานที่ต้องนำไปด้วยก็มีแค่สำเนาบัตรประชาชนเท่านั้นเอง โดยแนบกับคำร้องที่ต้องขอจากพนักงานแล้วกรอกรายละเอียดส่วนตัวเบื้องต้นเท่านั้น มีอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ จะมีช่องที่ต้องกรอกในส่วนของโรงพยาบาลที่เราจะต้องเลือก อันนี้ถ้าคิดไว้ก่อนก็น่าจะดี เอาเป็นว่าเลือกที่ที่เราสะดวกและน่าเชื่อถือเป็นการส่วนตัวนั่นแหละครับเป็นดีที่สุด

ประกันสังคมผมจะสิ้นสุดวันที่ 6 พค. 52 นี้ เมื่อยื่นเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับเอกสารพร้อมกับบัตรประกันสังคมอันใหม่ สำหรับเงินงวดแรกก็จะจ่ายในเดือนหน้า(ตอนแรกนึกว่าจะต้องจ่ายทันทีเสียอีก) สอบถามได้ความว่า หลักการของประกันสังคมคือให้จ่ายทีหลังจากจบเดือนไปแล้ว แต่ต้องไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สุดท้าย ผมก็นำหลากหลายคำถามมาฝากเผื่อมีข้อสงสัยประการใด

ผู้ประกันตนที่ลาออกจากมาตรา 33 แล้วจะสมัครในมาตรา 39 ได้หรือไม่
ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 โดยยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงานและให้สิทธิคุ้มครองผู้ประกันตน 6 กรณีคือ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตรและชราภาพ ยกเว้นกรณีว่างงาน

จะสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง

คุณสมบัติของผู้ประกันตนที่จะสมัครมาตรา 39
1.เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน
2.ต้องยื่นคำขอเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
3.ต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันสังคม

การสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 จะสมัครได้ที่ใด และใช้หลักฐานอะไรบ้าง
ผู้ ประกันตนสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งที่ผู้ประกันตนสะดวก โดยต้องยื่นใบสมัครตามแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-20) พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา ทั้งนี้ในการสมัครผู้ประกันตนจะต้องเคยนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและต้องสมัครภายใน 6 เดือนหลังจากที่ออกจากงาน

เมื่อสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แล้วจะจ่ายเงินสมทบได้ที่ใดบ้าง
1. จ่ายที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัด พร้อมแบบส่งเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-11)
2. จ่ายเงินทางธนาณัติ พร้อมแบบส่งเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-11)
3. หักจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
4. จ่ายด้วยเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ต้องนำส่งเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งเกินกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน

สาเหตุที่ทำให้สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 มีอะไรบ้าง
1. ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน (สิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ขาดส่ง)
2. ลาออก
3. กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
4. ตาย
5. ภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน

**กรณีลาออกหรือกลับเข้าทำงานและเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ยื่นแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 (สปส.1-21)


ผู้ประกันตนลาออกจากงานเมื่ออายุ 60 ปีแต่ได้เข้าทำงานใหม่ตอนอายุ 61 ปี จะสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้หรือไม่
ได้ จะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคมกำหนด

ลูกจ้างอายุครบ 60 ปี นายจ้างให้ออกจากงานเพราะเกษียณอายุจะมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้หรือไม่
ได้ หากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนและยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน

กรณีออกจากงานเกิน 6 เดือน แต่อยากเข้าประกันต่อจะทำได้หรือไม่
กรณีออกจากงานเกิน 6 เดือนแล้ว ไม่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไป

Friday, April 24, 2009

มาตรา 38 รับเช็คช่วยชาติได้แล้วครับ!!!

ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งเหมือนกันที่เฝ้าติดตามเรื่องเช็คช่วยชาติ โดยเฉพาะมาตรา 38 ว่าจะสามารถไปรับได้ในวันไหน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางการได้พิมพ์เช็คสำหรับผู้ประักันตนตามมาตรา 38 ไว้ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.(ตามที่ปรากฎอยู่บนเช็คที่ผมไปรับมา) แต่ผมไปรับเอาวันที่ 23 เม.ย. เนื่องจากต้องการความแน่ใจเสียก่อนที่จะไปรับเพราะค่อนข้างสับสนอยู่พอสมควร ตัวผมเองได้ไปยื่นเรื่องไว้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์และก็ตั้งหน้าตั้งตารอ รอ รอ แล้วก็รอ สำหรับขั้นตอนที่ผมไปรับเช็คช่วยชาติซึ่งประจำอยู่ที่ศูนย์ราชการนนทบุรีมีดังนี้

อันดับแรก ให้ไปตรวจเช็คลำดับที่ที่จะรับเช็คเสียก่อนซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 2 เดินขึ้นบันได อยู่ทางด้านขวามือ โดยมีหางเอกสารแล้วก็บัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น
อันดับที่สอง เดินขึ้นไปที่ชั้น 3 ห้องจะอยู่ทางขวามือเช่นกัน ซึ่งตอนนี้เราจะมีเอกสารเพิ่มมาอีก 1 ส่วนรวมเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ หางเอกสาร(ได้รับเมื่อครั้นที่ไปยื่นเรื่องขอรับเช็ค) บัตรประจำตัวประชาชน และสุดท้ายก็คือ เอกสารหมายเลขลำดับรับเช็คช่วยชาติ(เป็นโน๊ตเล็ก ๆ ที่ทางพนักงานเขียนขึ้นมาเดี๋ยวนั้นนั่นเอง) เมื่อยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วก็รอรับเช็คที่จุดนั้นได้เลยครับ

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ยื่นเรื่องขอรับเช็คช่วยชาติ ก็ให้รีบ ๆ ไปยื่นกันเสียเถอะครับเดี๋ยวจะหมดเวลาเสียก่อน ตอนนี้ยังทันอยู่ที่จะได้รับเงิน 2,000 บาท จะได้นำส่วนนี้ไปช่วยชาติกันต่อไป(ช่วยตัวเองมากกว่า อิ อิ)

 

© 2013 คนตกงาน. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top