Saturday, February 7, 2009

ว่างมาก ทำอะไรดี


หลาย ๆ ครั้งก็ได้ยินคำพูดที่ว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน" มันก็จริงอยู่ครับ แต่งานบางอย่างก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับเรา สำหรับคนทำงานประจำ หรือเป็นหนุ่มสาว office หรืองานโรงงาน บอกได้เลยครับว่า งานช่วงนี้ก็ยังพอมีอยู่ แต่จะเหมาะกับเราหรือเปล่านั้นไม่รู้(ความจริงแล้ว ผมก็อยากให้เหมาะกับผมสำหรับทุก ๆ งานที่ผมสมัครไป แต่เขามองว่าเราไม่เหมาะมากกว่า) ถ้าจะพูดกันตรง ๆ แล้ว ผมก็ไม่เลือกงานหรอกน๊ะ แต่ให้งานมันเข้าท่าหน่อย ถ้าจะเหมารวมคำว่าไม่เลือกงาน คือ งานทั้งหมด ผมไปสมัครเป็นลูกจ้างร้านอาหาร พนักงานเสริฟ คนเฝ้ารถ ผมก็คงจะมีงานทำไปแล้ว แต่มันไม่เหมาะครับ ผมก็อยากให้คนที่พูดว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน" ตีความหมายของคำให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่ได้รู้สึกต่อต้านกับประโยคที่ดี ๆ นี้ แต่ผมว่า ก็ต้องเลือกงานที่เหมาะกับเราด้วยน๊ะครับ

ก็ไม่รู้ว่าจะบ่นไปทำไม เอาเป็นว่า วัน ๆ หนึ่งผมก็ทำเว็บไซด์ต่าง ๆ นานา แล้วแต่เวลาจะมี(ความจริงแล้วเวลามีเยอะ แต่ใช้เวลาคิดอะไรที่มันฟุ้งซ่านมากกว่าอะไรที่เป็นสาระ) ตอนนี้ ผมมีเว็บไซด์หรือประมาณ 5-6 เว็บไซด์ แล้วก็ทำ google adsense ด้วย หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องสนใจ เอาเป็นว่า google adsense ก็คือ โฆษณาจากทาง google นั่นแหละครับ ผมสมัครไปนานแล้วครับ หลายปีมาแล้ว ก่อนตกงานอีก แต่ตอนนี้คิดว่าจะเอาจริง หาเงินผ่านเว็บน่าจะพอได้ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ไม่คุ้มค่าเหนื่อย แต่ก็ต้องทำต่อไป เพราะมันเข้าสายเลือดซ่ะแล้ว

ว่างมาก ทำอะไรดี ผมขอสรุปเป็นหัวข้อเลยดีกว่า
1. ทำเว็บไซด์ สำหรับผม เป็นความชอบส่วนตัว
2. เรียบเรียง resume และฝึกฝนภาษาอังกฤษ
3. นั่งรถเมล์เล่นไปเรื่อย ๆ เฉพาะรถเมล์ฟรีน๊ะครับ อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวที่อยากจะทำ จะได้ดูว่าตอนนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้าง มีช่องทางทำมาหากินอะไรบ้าง

ข้อห้ามอย่าทำ
1. อย่านำเงินที่เหลืออยู่ไปลงทุน ถ้าไม่มีความรู้ หรือพื้นฐานการทำธุรกิจนั้น ๆ มาก่อน ถ้าจะลอง ก็คงไม่ว่ากันน๊ะครับ แต่ให้เป็นส่วนน้อยที่จะทำเท่านั้น
2. อย่าทำธุรกิจ ที่เป็นลักษณะ MLM หรือเรียกตามประสาชาวบ้าน คือ ธุรกิจลูกโซ่
3. อย่าหลงเชื่อคำชักชวนทางโทรศัพท์ ในการทำธุรกิจ ผมได้รับโทรศัพท์ ทั้งจากประกันชีวิต และ MLM แต่ผมก็หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนเสมอ สรุปว่า มันหลอก!!!

สรุปแล้วก็คือ ให้ตกงานต่อไปอย่างนั้นหรือเปล่า
คำตอบคือ คงไม่ใช่ ผมอยากให้ทุก ๆ ท่าน ค่อย ๆ คิด หาที่ปรึกษาดี ๆ ที่ไว้ใจได้ถ้าต้องการทำอะไรซักอย่าง ทุกวันนี้ผมก็นั่งคิด นอนคิด ยืนคิดอยู่ตลอดว่า ถ้าผมตกงานอยู่ 2 ปี ผมจะทำยังไง ความคิดแล่นเข้ามา ขับแท็กซี่ซิ, ขายกาแฟดีกว่า, ขายของตลาดนัด, ซื้อล๊อตเตอรี่ด้วย คิดมา 3 เดือนแล้วครับ สุดท้าย ก็ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะกลัวว่า ถ้าลงทุนไป จะทำให้เงินเหลือน้อยลงไปอีก

สำหรับผมแล้ว ผมยังคงต้องตั้งหลักให้มั่น ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อีกเยอะก่อนที่จะเริ่มทำอะไร ผมมีเวลาอีกประมาณ 3 เดือนที่ผมวางไว้ว่า ผมจะต้องหาเงินให้ได้ แล้วคอยติดตามชมน๊ะครับว่าผมจะทำอย่างไร

หมั่นทบทวน และฝึกฝน

คนตกงานหลาย ๆ คน ก็มืดมนหนทางเหมือนกันว่าจะเริ่มยังไงดี ถ้าคิดที่จะทำงานบริษัทอีกครั้ง ผมขอแนะนำให้เตรียมการอยู่ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ

1. เขียน resume
สิ่งหนึ่งที่ผมต้องมี ก็คือ resume ที่ดูดี เผื่อจะมีงานที่เหมาะสมกับเรา การเขียน resume ผมขอแนะนำให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ จะมีสองฉบับทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็ได้ ถ้ามีโอกาส ผมจะหาตัวอย่างการเขียน resume มาฝาก

การเขียน resume ก็เหมือนกับการรวบรวมประสบการณ์ที่เราได้ทำมา พยายามนั่งคิด นอนคิด ยืนคิด เดินคิด ว่าตลอดเวลาที่เราทำงานอยู่มีอะไรที่เป็นไฮไลท์ เมื่อเรานึกถึงแล้วทำให้เกิดความภาคภูมิใจได้ แล้วก็ความรู้ต่าง ๆ ที่เราได้รับมาจากที่ทำงานเดิม หรือก่อนหน้านั้น

เมื่อเรามี resume เป็นของเราเองแล้ว แน่นอนว่า สิ่งที่เราเขียนลงไป จะเป็นตัวบอกว่าเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลาย ๆ คนเขียน resume สวยหรู แต่ไม่รู้ลึกอย่างถ่องแท้ เพราะฉะนั้น ให้เราหาข้อมูล หาความรู้เฉพาะในส่วนที่เราเขียนเพิ่มเติม และหมั่นทบทวนอยู่ตลอดเวลา เพราะขณะสัมภาษณ์ คงไม่ดีแน่ถ้าจะมานั่งนึก คิดว่าเราทำอะไรไปบ้าง ควรจะถามปุ๊บตอบปั๊บ ให้เหมือนกับเป็นมืออาชีพ

2. ฝึกฝนภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษ ถือได้ว่ามีส่วนสำคัุญที่จะทำให้เราได้งานทำ ในช่วงนี้แหละเป็นโอกาสที่วิเศษที่สุด ที่เราจะมีเวลามาศึกษาภาษาอังกฤษ ถ้าพอจะมีงบหน่อย ผมว่าหาสถาบันที่ใกล้ ๆ บ้านแล้วก็สมัครเรียนซ่ะ ครั้นจะมาศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง มันก็ทำได้เหมือนกันน๊ะ แต่จะไม่ค่อยอดทนเท่าไร

นอกจากภาษอังกฤษแล้ว ภาษาที่น่าสนใจก็คือ ภาษาญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส ถ้าเรียนรู้ได้ ก็จะดีมาก ๆ น๊ะครับ สำหรับตัวผมเอง ขอแค่ภาษาอังกฤษก็พอแล้วครับ

Friday, January 30, 2009

การใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกวิธี

ไหน ๆ ก็ไม่มีงานทำ รายได้ก็ไม่มี การประหยัดเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก ก็ลองมาดูวิธีการใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกวิธีกันน๊ะครับ

ประหยัด, น้ำ, ทรัพยากร, พฤติกรรม, การอาบน้ำ, แปรงฟัน

วันนี้มีวิธีการใช้น้ำอย่างประหยัดและถูกวิธีมาฝาก...

- การอาบน้ำ
การ ใช้ฝักบัวจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยที่สุด รูฝักบัว ยิ่งเล็ก ยิ่งประหยัดน้ำ ปิดฝักบัวในขณะที่ถูสบู่ จะใช้น้ำเพียง 30 ลิตร หากไม่ปิดจะใช้น้ำถึง 90 ลิตร และหากใช้อ่างอาบน้ำจะใช้น้ำถึง 110-200 ลิตร

- การโกนหนวด
โกนหนวดแล้วใช้กระดาษเช็ดก่อน จึงใช้น้ำ จากแก้วมาล้างอีกครั้ง ล้างมีดโกนหนวดโดยการ จุ่มล้างในแก้ว จะประหยัดกว่าล้างโดยตรงจากก๊อก

- การแปรงฟัน
การ ใช้น้ำบ้วนปากและแปรงฟันโดยใช้แก้ว จะใช้น้ำเพียง 0.5-1 ลิตร การปล่อยให้น้ำไหล จากก๊อกตลอดการแปรงฟัน จะใช้น้ำถึง 20-30 ลิตรต่อครั้ง

- การใช้ชักโครก
การ ใช้ชักโครกจะใช้น้ำถึง 8-12 ลิตร ต่อครั้ง เพื่อการประหยัด ควรใช้ถุงบรรจุน้ำมาใส่ในโถน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำ โถส้วมแบบตักราดจะสิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าแบบชักโครกหลายเท่า หากใช้ชักโครก ควรติดตั้งโถปัสสาวะและโถส้วมแยกจากกัน

- การซักผ้า
ขณะ ทำการซักผ้าไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ตลอดเวลา จะเสียน้ำถึง 9 ลิตร/นาที ควรรวบรวมผ้าให้ได้มากพอต่อการซักแต่ละครั้ง ทั้งการซักด้วยมือและเครื่องซักผ้า

- การล้างถ้วยชามภาชนะ
ใช้ กระดาษเช็ดคราบสกปรกออกก่อน แล้วล้างพร้อมกันในอ่างน้ำ จะประหยัดเวลาประหยัดน้ำ และให้ความสะอาดมากกว่าล้างจากก๊อกโดยตรง ซึ่งจะสิ้นเปลืองน้ำ 9 ลิตร/นาที

- การล้างผักผลไม้
ใช้ ภาชนะรองน้ำเท่าที่จำเป็น ล้างผัก ผลไม้ ได้สะอาดและประหยัดกว่าเปิดล้างจากก๊อกโดยตรง ถ้าเป็น ภาชนะที่ยกย้ายได้ ยังนำน้ำไปรดต้นไม้ได้ด้วย

- การเช็ดพื้น
ควรใช้ภาชนะรองน้ำและซักล้างอุปกรณ์ใน ภาชนะก่อนที่จะนำไปเช็ดถู จะใช้น้ำน้อยกว่า การใช้สายยางฉีดล้างทำ ความสะอาดพื้นโดยตรง

- การรดน้ำต้นไม้
ควร ใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการใช้ สายยางต่อจากก๊อกน้ำโดยตรง หากเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ก็ควรใช้ สปริงเกลอร์ หรือใช้น้ำที่เหลือจากกิจกรรมอื่นมารดต้นไม้ ก็จะช่วย ประหยัดน้ำลงได้

- การล้างรถ
ควร รองน้ำใส่ภาชนะ เช่น ถังน้ำ แล้วใช้ผ้าหรือเครื่องมือล้างรถจุ่มน้ำลงในถัง เพื่อเช็ดทำความสะอาดแทนการ ใช้สายยางฉีดน้ำโดยตรง ซึ่งจะเสียน้ำเป็นปริมาณมากถึง 150-200 ลิตร/ครั้ง

รู้อย่างนี้แล้ว ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างถูกวิธี เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรแถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย.

ที่มา : sanook.com

Thursday, January 29, 2009

เริ่มต้นหางานจากเว็บไซด์ดีกว่า

ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไป และแน่นอนว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ชีวิตนี้ก็ยังมีความหวัง สำหรับความหวังของมนุษย์เงินเดือนที่ต้องตกงาน ก็คงจะทำอะไรได้ไม่มาก ก็ต้องพยายามหางานทำกันต่อไป จะไปทำธุรกิจอะไรก็ยังมองไม่เห็นหนทางในตอนนี้ เพราะฉะนั้น ถ้ายังคิดอะไรไม่ออก ก็ให้พยายามหางานไปเรื่อย ๆ เลยน๊ะครับ อย่าหยุด อย่าท้อ

การหางาน ก็สามารถทำได้หลายวิธี อาจจะเป็นสิ่งตีพิมพ์ อินเตอร์เน็ท หรือแม้กระทั่ง ไปยังสถานประกอบการ แต่ถ้าจะให้ผมแนะนำ ผมว่า ดูเฉพาะบนเว็บไซด์น่าจะดีกว่า เพราะประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย

เว็บไซด์สำหรับหางานที่ผมรวบรวมมาได้มีดังนี้(โปรดแจ้งถ้าหากมีปัญหาน๊ะครับ) ดูเว็บไซด์หางาน คลิ๊ก อ่านต่อ...
108jobs
1234job
AppJob
BuddyJob
CareeNext
ClickITJob
DeeJobs
DuJob
EasyThaiJob
Ejobeasy
EmThai
EzyJob
FriendJob
InterCareer
ISeeJob
Loxinfo
JobAA
JobAnt
JobBees
JobBkk
JobByYou
JobDo
JobDue
JobEM
JobInSure
JobJung
JobTOL
JobMlm
JobNorthCM
JobPilot#1
JobPilot#2
JobPub
JobSdb
JobSiam
JobsNinetyone
JobSpicy
JobThai
JobThaiCN
JobThaiDB
JobThaiTeam
JobToday
JobTopgun
JobSociety
JobZaa
MamaJob
Matichon
MeeJobs
Myjob.co.th
My2Hands
NationEjobs
One2Jobs
SetupJob
SiamHRM
SchoolJob
ThaiBigJob
ThaiBestJobs
ThaiCareer
ThaiFirstJobs
ThaiEJob
ThaiJobcenter
ThaiJobmarket
ThaiHotjob
ThaiHRM
ThaiLabor
ThaiParttime
ThaiTechno
ThJob
ThaiLtd
Thai2000

เดินหน้าต่อไป อย่าท้อ

คำว่า “ตกงาน” ไม่ใช่คำที่น่าฟังเลยใช่ไหม แต่หากชีวิตของคุณต้องประสบพบเจอกับมัน คุณจะรับมือกับมันได้อย่างไร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเทอมลูกจะเอาที่ไหน ???? มาหาวิธีรับมือกับโชคชะตาอย่างเข้มแข็งกันดีกว่า

ล้มแล้วต้องลุก ชีวิตยังมีหวัง อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความทุกข์นานนัก ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริง สำรวจตัวเองว่า เรามีข้อบกพร่องตรงไหนบ้างที่ทำให้ตกงาน แล้วกำจัดจุดอ่อนนั้นซะ ถ้าจะให้ดีลองสอบถามจากคนรอบข้าง เผื่อจะได้รับคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับข้อบกพร่องที่ตัวเราเองมองไม่เห็นก็ได้

จัดทำตารางเวลาให้กับการหางานของคุณ เมื่อพร้อมที่จะหางานใหม่แล้ว จงหางานทำให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเงินขาดมือ โดยคุณต้องจัดเวลาให้ตัวคุณเอง อาจใช้เวลาช่วงเช้าของแต่ละวันเพื่อหางาน หรืออ่านบทความที่เป็นประโยชน์ในการหางาน และการทำงาน เช่น แนวทางการเขียนเรซูเม่ เทคนิคการสัมภาษณ์งาน รวมถึงแนวทางในการพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จในการทำงาน

อย่าเก็บตัว ทำให้คนอื่นรู้ว่าคุณกำลังหางานอยู่ ก่อนออกจากงานคุณอาจส่งอีเมลสั้นๆ ถึงผู้คนทิ่เคยติดต่องานกับคุณ ว่าคุณกำลังจะออกจากงาน และจะทำงานที่นี่ถึงวันไหน หลังจากนั้นแล้วทุกคนจะสามารถติดต่อคุณได้อย่างไร วิธีนี้จะทำให้พวกเขารู้ว่าคุณกำลังต้องการงาน และคุณอาจได้รับการแนะนำเกี่ยวกับตำแหน่งงานว่างในบริษัทที่พวกเขาทำงานอยู่ ก็ได้แม้กระทั่งญาติพี่น้องของคุณเองอย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเขา แน่นอนที่สุดว่าเขายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือคุณเสมอ

สำรวจการใช้จ่าย คุณอาจไม่เคยรู้เลยว่าในแต่ละเดือนคุณใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมากเพียงใด ค่าใช้จ่ายในการกินดื่ม เที่ยว ไปจนถึงชอปปิ้ง เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ อีกมากมาย เริ่มต้นจดบันทึกการใช้จ่ายของคุณ
ทุกบาททุกสตางค์ จากนั้นเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่คุณต้องใช้จ่าย เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำค่าไฟ เรื่อยลงไปจนถึงสิ่งที่ฟุ่มเฟือย แล้วคุณจะทราบว่าคุณจะสามารถตัดค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง

อย่าแตะต้องเงินในอนาคตถ้าไม่จำเป็น หากคุณเก็บออมเงินไว้สำหรับยามแก่เฒ่า ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพ คุณไม่ควรถอนเงินจำนวนนั้นออกมาเพื่อไปใช้ชำระหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินเฉพาะหน้าต่างๆเพราะมันไม่คุ้มกันเลยที่จะเอาเงินอนาคตไปใช้ และยังทำให้คุณเสียสิทธิการคุ้มครองและรักษาพยาบาลยามฉุกเฉินด้วย

เก็บเงินสดไว้ คุณต้องระมัดระวังในการใช้จ่ายให้มากๆ หากคุณมีหนี้สินที่ต้องชำระที่นอกเหนือจากความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น เงินกู้ หรือ การจำนำ จำนอง อย่าเพิ่งจ่ายตอนนี้ ลองเจรจาต่อรอง ผัดผ่อน
เพื่อยืดเวลาการชำระหนึ้ให้นานที่สุด หรือพยายามจ่ายให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จำไว้ว่าเงินสดจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณในตอนนี้

หาทางเพิ่มรายได้ หากคุณอยู่เฉยๆ คุณก็จะมีแต่รายจ่าย แล้วทีนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ คุณจำเป็นต้องหาเงินสดเพิ่มเติมโดยอาจสำรวจตู้เสื้อผ้า และสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ การเปิดท้ายขายของมือสองเป็น
ตลาดหนึ่งที่ทำรายได้ได้ดีในเวลานี้ เพราะผู้คนนิยมใช้ของมือสองเพิ่มขึ้นมาก แค่คุณเลือกทำเลให้ดีๆ ก็แล้วกัน

สมัครงานอาสาสมัครดูสิ ในระหว่างที่คุณยังหางานใหม่ไม่ได้ ลองทำงานอาสาสมัครดูบ้างดีไหม แม้มันอาจจะไม่สร้างรายได้ให้กับคุณ แต่อย่างน้อยคุณจะได้เห็นชีวิตของคนที่ลำบากกว่าคุณ ซึ่งจะเป็น
แรงผลักดันให้คุณมองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น และมีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

แม้โชคชะตาจะเล่นตลกกับเรา แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ เราย่อมเอาชนะโชคชะตาได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นต่อสู้กับโชคชะตาอย่างกล้าหาญ และเข้มแข็ง ผมจะขออยู่เคียงข้างทุก ๆ คนครับ

Tuesday, January 27, 2009

วางแผนลดค่าใช้จ่าย

แน่นอนครับว่า เมื่อไม่มีรายรับ เงินที่เรามีอยู่ก็จะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ แ่ต่จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับภาระของแต่ละคน ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้วางแผนไว้ว่า เราอาจจะตกงานอยู่ประมาณ 2 ปี และต้องบริหารเงินที่มีอยู่ให้สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี กันเงินส่วนหนึ่งไว้ด้วยสำหรับนำไปใช้ในกรณีฉุกเฉินน๊ะครับ

จากบทความที่ผ่านมา เราได้รับเงินมาจาก 3 ทางด้วยกัน นั่นคือ พักร้อนคงเหลือ, ประกันสังคม และภาษีส่วนที่ชำระไว้เกิน

แล้วมันมากพอที่จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้ถึง 2 ปีหรือเปล่า ถ้าคิดแล้วว่ายังไงก็ทำไม่ได้ ก็อย่าท้อแท้ ลองมองโลกในแง่ดีว่า คุณอาจจะมีทางออกที่ดีกว่าในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ก็ลองตั้งไว้ประมาณปีครึ่งก็ได้ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเราจะตั้งไว้เท่าไรน๊ะครับ แต่อย่าให้่มันสั้นมากจนเกินไป

การลดค่าใช้จ่ายเบื้องต้น
1. ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ สำหรับคนที่เคยใช้น้ำใช้ไฟอย่างไม่ฟุ่มเฟือย ก็คงจะต้องหาทางประหยัดตั้งแต่วันนี้ เพราะอย่างน้อย ถ้าทำได้เข้าเป้าที่รัฐบาลกำหนด นั่นคือ ใช้น้ำไม่เกิน 30 หน่วย และไฟไม่เกิน 90 หน่วย เท่านี้เราก็ได้ใช้น้ำไฟฟรี ๆ แล้วครับ ส่วนวิธีการประหยัดน้ำไฟ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะบริหาร ให้พิจารณาคร่าว ๆ ในเรื่องของการซักผ้า, ล้างจาน, ล้างรถ,การกดชักโครก, อาบน้ำ, แอร์, รีดผ้า, การทำกับข้าว ดูว่าจะประหยัดในส่วนไหนได้บ้าง
2. สุรา บุหรี่ น้ำอัดลม กาแฟ - ลด ละ เลิก
3. ผงซักฟอก ยาสีฟัน น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่ ยาสระผม ทิชชู หรือมีอะไรอีกแล้วแต่จะคิดได้ ให้ซื้อเป็นแพ็ค ประหยัดเงินกว่า แต่ไม่ควรจะซื้อมาจนล้นบ้าน ปรับเปลี่ยนยี่ห้อที่ราคาถูกลง หรือรอจังหวะที่แต่ล่ะห้างลดราคา แล้วซื้อมาตุนเอาไว้ก็ประหยัดได้อีกทางหนึ่ง
4. เดินทางด้วยรถเมล์ดีกว่า อาจจะเหนื่อยหน่อย ร้อนนิด จะก็ไม่มีค่าใช้่จ่าย เพราะรัฐบาลยังให้นั่งฟรีอยู่
5. เสื้อผ้า หน้า ผม ต้องทำเอง งดเข้าร้านเสริมสวย งดใช้บริการซักรีด แต่ต้องขอร้องอยู่อย่างว่า ถ้าจะตัดผม ก็ไปที่ร้านเถอะครับ อย่าลำบากไปตัดเองเลย ถ้าคิดจะตัดเอง ผมว่าไม่ตัดดีกว่า

ยังคิดไม่ออกว่าควรจะประหยัดอะไรเพิ่มอีก เอาไว้คิดออกแล้วจะมาเพิ่มเติมให้ น๊ะครับ
*ลืมไปอีกอย่าง ในระหว่างนี้ ก็พยายามหางานไปเรื่อย ๆ ด้วยน๊ะครับ ในส่วนของการหางาน เดี๋ยวผมจะมีบทความเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งครับ

Monday, January 26, 2009

รายได้จากที่ทำงานเดิมก็ยังมีอยู่

ผมลืมอะไรบางอย่าง นั่นก็คือ รายได้ที่เราควรจะได้จากที่ทำงานเดิม

1. เงินชดเชยในกรณีถูกเลิกจ้าง
2. เงินที่ทางบริษัทต้องจ่ายในกรณีมีพักร้อนเหลืออยู่

ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง

การเลิกจ้าง
หมายความว่า การ กระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุ ที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป

ค่าชดเชย หมายความว่า เงินที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง นอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างแล้ว

ค่าชดเชยจึงเป็นเงินที่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง ถ้านายจ้างมิได้เลิกจ้างลูกจ้าง แต่ลูกจ้างลาออกจากงานไป ทิ้งงานไปหรือลูกจ้างถึงแก่ความตาย นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ลูกจ้าง จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยต่อเมื่อนายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้างแล้ว ถ้ายังไม่มีการเลิกจ้างดังเช่นกรณีนายจ้างได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานให้เลิก จ้างกรรมการลูกจ้าง แต่นายจ้างยังไม่มีคำสั่งเลิกจ้างหรือบอกเลิกจ้าง ลูกจ้างยังไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ

กฎหมายกำหนดให้นายจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง (ตามมาตรา ๑๑๘ ) ไว้ ดังนี้

(๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่ว

(๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตรสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสิ่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

(๕) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย


ข้อยกเว้น ที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง มีอยู่ สอง กรณี คือ

(๑) ลูกจ้างซึ่งมีระยะเวลาในการทำงานน้อย ซึ่งหมายถึงลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาแล้วไมครบ ๑๒๐ วัน

(๒) ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น ลูกจ้างประเภทนี้นายจ้างจะต้องทำสัญญาจ้างกันไว้เป็นหนังสือตั้งแต่เมื่อ เริ่มจ้าง กำหนดวันที่เริ่มจ้างว่าเป็นวันที่เท่าใดเดือนใดปีใดและกำหนดวันที่สิ้นสุด การจ้างไว้เป็นวันที่เท่าใดเดือนใดปีใด ซึ่งสัญญาจ้างที่จะมีผลทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรานี้จะต้อง เป็นสัญญาจ้างที่ให้ลูกจ้างทำงานประเภทหนึ่งประเภทใดใน ๓ ประเภทดังต่อไปนี้ คือ

(๒.๑) ทำงานตามโครงการ ซึ่งงานตามโครงการนั้นต้องไม่ใช่งานตามปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง โดยมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของที่แน่นอน

(๒.๒) ทำงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว ซึ่งมีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน

(๒.๓) ทำงานที่เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งได้จ้างในช่วงระยะเวลาตามฤดูกาลนั้น

งานทั้ง ๓ ประเภทดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จในระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี

ลูกจ้าง ที่ได้รับการว่าจ้างตามสัญญาประเภทดังกล่าวแม้จะทำงานเกิน ๑๒๐ วัน เมื่อนายจ้างเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา นายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้

ตัวอย่างกรณีเลิกจ้าง และนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๐๐/๒๕๔๒ ลูกจ้าง มีสิทธิเลิกสัญญาจ้างได้ด้วยการลาออกจากงาน และหลังจากลูกจ้างแสดงเจตนาลาออกจากงานแก่นายจ้างแล้ว ลูกจ้างหามีสิทธิถอนเจตนานั้นได้ไม่ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖ วรรคสอง เมื่อลูกจ้างยื่นหนังสือขอลาออกจากงานต่อนายจ้างเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ โดยระบุให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๐ เช่นนี้ถือว่าการแสดงเจตนาลาออกมีผลตามกฎหมายนับแต่วันที่ลูกจ้างได้ยื่น หนังสือลาออก แม้ต่อมาลูกจ้างได้ยื่นหนังสือต่อนายจ้างขอยกเลิกหนังสือลาออกดังกล่าว ก็หามีผลเป็นการยกเลิกหนังสือลาออกนั้นไม่ เมื่อนายจ้างอนุมัติหนังสือลาออกจากงานของลูกจ้าง การลาออกจึงมีผลนับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างประสงค์ การที่ลูกจ้างต้องออกจากงานเพราะเหตุดังกล่าวจึงมิใช่เป็นเพราะถูกนายจ้างเลิกจ้าง นายจ้างไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง

 

© 2013 คนตกงาน. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top