จากการอ่านบทคัดย่อของโครงการแล้วก็นับว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะให้คนกลับไปใช้ความรู้ความสามารถในบ้านเกิดของตนเอง ถ้าโครงการนี้เป็นจริงและทำกันอย่างจริงจัง ความเจริญทางเศรษฐกิจก็จะถูกกระจายไปยังท้องถิ่นอย่างแน่นอน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการกระจายความเจริญไปยังท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา, ภาคอุตสาหกรรม, การขนส่ง ฯลฯ เนื่องจากความเจริญที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะอยู่ที่หัวเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลซึ่งมีความเจริญเป็นที่สุดในทุก ๆ ด้านของการพัฒนา อย่างแรกก็คือ การศึกษา ผมก็เช่นเดียวกันที่เป็นคนต่างจังหวัดและต้องมาศึกษาในกทม.เป็นระยะเวลา 7 ปี เพราะฉะนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านเกิดคงจะน้อยลง การที่จะใช้ความรู้ความสามารถกลับไปพัฒนาบ้านเกิดก็คงน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากจากบ้านมานานและงานที่ต่างจังหวัดก็คงไม่มีในสาขาที่ผมเรียนมาในระยะเวลานั้น จนถึงในช่วงนี้ งานในบางสาขาวิชาก็ไม่สามารถหาได้ที่ต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ในความคิดของผมก็ถือว่า โครงการต้นกล้าอาชีพนี้ก็ยังเป็นโครงการที่ดีอยู่ดี แต่การประชาสัมพันธ์อาจจะยังไม่ทั่วถึง ผมเองก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวซักเท่าไร แต่มาติดตามอีกทีก็จะถึงเวลาลงทะเบียนครั้งสุดท้ายของโครงการแล้วซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 - 31 สิงหาคม 2552 ตามรายละเอียดดังนี้
| ๑๘-๒๔ สค 2552 | จัดให้มีการลงทะเบียนรับสมัคร (Key in) ทั่วประเทศ ๗ วัน |
| ๒๕ สค 2552 | คัดเลือกผู้เข้าฝึกอบรมโดยวิธีสุ่ม |
| ๒๖ สค 2552 | ประกาศรายชื่อผู้เข้าฝึกอบรม (พร้อมชื่อผู้สำรอง) ทาง e-mail, internet, SMS และประกาศติดที่สถานที่ฝึกอบรมและสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้อง |
| ๒๗-๒๙ สค 2552 | ผู้ฝึกอบรมรายงานตัวที่สถานที่ฝึกพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน |
| ๓๐ สค 2552 | ประกาศรายชื่อให้ผู้ได้สำรองไปรายงานตัว |
| ๓๐-๓๑ สค 2552 | ผู้ได้สำรองรายงานตัวที่สถานที่ฝึกพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน |
| ๑ กย 2552 | เริ่มฝึกอบรม |
กลุ่มเป้าหมาย
- ผู้ว่างงานสนใจฝึกอบรมอาชีพ รวมทั้งประชาชนผู้สนใจเข้ารับการอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำความรู้กลับไปใช้ในหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่น
- ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้างงาน และภาคธุรกิจต้องการให้เพิ่มทักษะโดยมีข้อตกลงให้ทำงานต่อหลังการฝึกอบรม
- ผู้ถูกเลิกจ้างแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมและประสงค์จะเพิ่มพูนทักษะมากขึ้นและหลากหลาย เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง
- ผู้สำเร็จการศึกษา ให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ
- ค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างการอบรม ๔,๘๐๐ บาท/คน/เดือนโดยเฉลี่ย จ่ายตามวันที่เข้าอบรมจริง จำนวน ๑๖๐ บาท/คน/วัน โดยผู้เข้าอบรมแต่ละคนต้องแสดงหลักฐานการรับเงินรายบุคคล
- ค่าพาหนะเดินทางระหว่างการอบรม ๗๒๐ บาท/คน/เดือน โดยเฉลี่ยจ่ายตามวันที่เข้าอบรมจริง จำนวน ๓๐ บาท/คน/วันโดยผู้เข้าอบรมแต่ละคนต้องแสดงหลักฐานการรับเงินรายบุคคล
- ค่าพาหนะเดินทางมาเข้ารับการฝึกอบรมครั้งแรก ในอัตราเหมาจ่าย ๑,๐๐๐ บาท/คน
- เงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพ จำนวน ๔,๘๐๐ บาท/คน/เดือน เป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือน ทั้งนี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารฯ
- ค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา เหมาจ่ายในอัตรา ๑,๐๐๐ บาท/คน ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารฯ และจะได้รับเงินค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมกับเงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพในเดือนแรก โดยการรับรองการกลับไปทำงานในภูมิลำเนาจากฝ่ายปกครองในพื้นที่ (กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน และนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขต หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี)





