Friday, August 7, 2009

โครงการต้นกล้าอาชีพ

"โครงการต้นกล้าอาชีพ คือโครงการของรัฐบาลเพื่อการพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน เพื่อสนับสนุนผู้ว่างงานและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในท้องถิ่นบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเท่ากับเป็นการขับเคลื่อน และพัฒนาศักยภาพของชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในระยะยาว เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย"

จากการอ่านบทคัดย่อของโครงการแล้วก็นับว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะให้คนกลับไปใช้ความรู้ความสามารถในบ้านเกิดของตนเอง ถ้าโครงการนี้เป็นจริงและทำกันอย่างจริงจัง ความเจริญทางเศรษฐกิจก็จะถูกกระจายไปยังท้องถิ่นอย่างแน่นอน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายการกระจายความเจริญไปยังท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น การศึกษา, ภาคอุตสาหกรรม, การขนส่ง ฯลฯ เนื่องจากความเจริญที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะอยู่ที่หัวเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑลซึ่งมีความเจริญเป็นที่สุดในทุก ๆ ด้านของการพัฒนา อย่างแรกก็คือ การศึกษา ผมก็เช่นเดียวกันที่เป็นคนต่างจังหวัดและต้องมาศึกษาในกทม.เป็นระยะเวลา 7 ปี เพราะฉะนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านเกิดคงจะน้อยลง การที่จะใช้ความรู้ความสามารถกลับไปพัฒนาบ้านเกิดก็คงน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากจากบ้านมานานและงานที่ต่างจังหวัดก็คงไม่มีในสาขาที่ผมเรียนมาในระยะเวลานั้น จนถึงในช่วงนี้ งานในบางสาขาวิชาก็ไม่สามารถหาได้ที่ต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ในความคิดของผมก็ถือว่า โครงการต้นกล้าอาชีพนี้ก็ยังเป็นโครงการที่ดีอยู่ดี แต่การประชาสัมพันธ์อาจจะยังไม่ทั่วถึง ผมเองก็ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวซักเท่าไร แต่มาติดตามอีกทีก็จะถึงเวลาลงทะเบียนครั้งสุดท้ายของโครงการแล้วซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 - 31 สิงหาคม 2552 ตามรายละเอียดดังนี้

๑๘-๒๔ สค 2552 จัดให้มีการลงทะเบียนรับสมัคร (Key in) ทั่วประเทศ ๗ วัน
๒๕ สค 2552 คัดเลือกผู้เข้าฝึกอบรมโดยวิธีสุ่ม
๒๖ สค 2552 ประกาศรายชื่อผู้เข้าฝึกอบรม (พร้อมชื่อผู้สำรอง) ทาง e-mail, internet, SMS และประกาศติดที่สถานที่ฝึกอบรมและสถานที่ราชการที่เกี่ยวข้อง
๒๗-๒๙ สค 2552 ผู้ฝึกอบรมรายงานตัวที่สถานที่ฝึกพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
๓๐ สค 2552 ประกาศรายชื่อให้ผู้ได้สำรองไปรายงานตัว
๓๐-๓๑ สค 2552 ผู้ได้สำรองรายงานตัวที่สถานที่ฝึกพร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
๑ กย 2552 เริ่มฝึกอบรม

กลุ่มเป้าหมาย
  1. ผู้ว่างงานสนใจฝึกอบรมอาชีพ รวมทั้งประชาชนผู้สนใจเข้ารับการอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนำความรู้กลับไปใช้ในหมู่บ้านชุมชนท้องถิ่น
  2. ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายจะถูกเลิกจ้างงาน และภาคธุรกิจต้องการให้เพิ่มทักษะโดยมีข้อตกลงให้ทำงานต่อหลังการฝึกอบรม
  3. ผู้ถูกเลิกจ้างแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมและประสงค์จะเพิ่มพูนทักษะมากขึ้นและหลากหลาย เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของตนเอง
  4. ผู้สำเร็จการศึกษา ให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ
สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารับการฝึกอบรมจะได้ผลประโยชน์ดังนี้
  • ค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างการอบรม ๔,๘๐๐ บาท/คน/เดือนโดยเฉลี่ย จ่ายตามวันที่เข้าอบรมจริง จำนวน ๑๖๐ บาท/คน/วัน โดยผู้เข้าอบรมแต่ละคนต้องแสดงหลักฐานการรับเงินรายบุคคล
  • ค่าพาหนะเดินทางระหว่างการอบรม ๗๒๐ บาท/คน/เดือน โดยเฉลี่ยจ่ายตามวันที่เข้าอบรมจริง จำนวน ๓๐ บาท/คน/วันโดยผู้เข้าอบรมแต่ละคนต้องแสดงหลักฐานการรับเงินรายบุคคล
  • ค่าพาหนะเดินทางมาเข้ารับการฝึกอบรมครั้งแรก ในอัตราเหมาจ่าย ๑,๐๐๐ บาท/คน
ในกรณีที่ผู้ผ่านการฝึกอบรมมีความประสงค์จะกลับไปประกอบอาชีพที่บ้านเกิดจะได้รับผลประโยชน์ดังนี้
  • เงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพ จำนวน ๔,๘๐๐ บาท/คน/เดือน เป็นเวลาไม่เกิน ๓ เดือน ทั้งนี้ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารฯ
  • ค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา เหมาจ่ายในอัตรา ๑,๐๐๐ บาท/คน ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารฯ และจะได้รับเงินค่าพาหนะเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมกับเงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพในเดือนแรก โดยการรับรองการกลับไปทำงานในภูมิลำเนาจากฝ่ายปกครองในพื้นที่ (กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน และนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขต หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกเมืองพัทยา แล้วแต่กรณี)

Wednesday, July 29, 2009

การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประักันสังคมจาก 432 บาท เป็น 240 บาท

ด่วนที่สุด

วันนี้เป็นวันที่ผมได้รับจดหมายจากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนนทบุรี มาเห็นจดหมายก็ตอนประมาณทุ่มเศษ ๆ รู้สึกตกใจเล็กน้อยว่ามันเรื่องอะไรกัน เพราะร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็นมีจดหมายจากประกันสังคมส่งมาถึงเลยซักครั้งเดียว นอกจากครั้งที่เคยทำเรื่องขอเงินชดเชยการว่างงานเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่แล้วหลังจากเปิดดูจดหมายก็พบคำว่า "ด่วนที่สุด" ก็ทำให้ตกใจเข้าไปใหญ่ แต่พออ่านหัวข้อแล้วถึงกับยิ้มแก้มแถบจะฉีกไปถึงหู ก็จะอะไรซ่ะอีกล่ะ ก็เป็นเรื่องที่เคยได้ข่าวมาว่าประกันสังคมจะลดอัตราเงินสมทบลงเหลือร้อยละ 3 ซึ่งแต่เิดิมจะต้องจ่ายเดือนละ 432 บาท หลังจากลดแล้วจะเหลือ 240 บาท คิดแล้วเราจะประหยัดเงินไปได้อีก 192 บาทต่อเดือน ซึ่งการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประักันสังคมนี้จะมีระยะเวลา 6 เดือน รวมทั้งหมดแล้วเราก็ประหยัดได้ถึง 1,152 บาท ทีเดียว

ลึก ๆ ในใจของผม ผมก็ยังหวังไว้ว่า มาตราการนี้น่าจะมีการต่ออายุไปอีกเหมือนกับเรื่อง ไฟฟ้า, ประปา, รถเมล์ฟรี อะไรทำนองนี้นั่นแหละครับเนื้อหาใจในจดหมายที่ส่งมาถึงผม และถึงทุก ๆ คนที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 มีดังนี้

มุมซ้ายบนมีตัวปั้มคำว่า "ด่วนที่สุด" เลขที่เอกสาร คือ "ที่ รง ๐๖๐๔/๖๙๖๓" ทางด้านขวาบนเป็นที่อยู่ที่ส่งจาก "สำนักงานประกันสังคม ถนนติวานนท์ นนทบุรี ๑๑๐๐๐" ลงวันที่ "๒๔ กรกฏาคม ๒๕๕๒"

เรื่อง การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

เรียน ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙

สำนักงานประกันสังคม ขอแจ้งเรื่องการส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม ปี ๒๕๕๒ ในส่วนของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ ซึ่งได้กำหนดลดอัตราเงินสมทบในกฏกระทรวงไว้เป็นระยะเวลา ๖ เดือน ให้ผู้ประกันตนตามมาตร ๓๙ นำส่งเงินสมทบเดือนละ ๒๔๐ ยาท จากเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาท เพื่อรับประโยชน์ทดแทน ๖ กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ และให้นำส่งเงินสมทบในอัตราเดิมเดือนละ ๔๓๒ บาทตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ
รายเซ็นต์
(นายปั้น วรรณพินิจ)
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

กองเงินสมทบ
โทร. ๐ ๒๙๖๕ ๒๒๕๑ - ๗๗
โทรสาร ๐ ๒๕๒๕ ๐๑๓๒

Friday, July 17, 2009

แผนที่วัดหัวลำโพง

เนื่องจากว่ามีหลาย ๆ ท่านต้องการแผนที่ที่จะไปวัดหัวลำโพงเพื่อทำบุญโลงศพ วันนี้มีเวลาอยู่บ้างก็เลยเข้าไปที่ "เว็ปไซด์วัดหัวลำโพง" เพื่อดูรายละเอียดต่าง ๆ ก็เห็นมีแผนที่วัดด้วยก็เลยนำมาฝาก ถ้าหากว่าภาพเล็กไปก็สามารถขยายใหญ่ได้ครับ หรือจะเข้าไปดูที่ แผนที่ ที่เว็ปไซด์ของวัดก็ได้ครับ เหมือนกันทุกอย่าง

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการทำบุญโลงศพ หรือทำบุญแบบอื่น ๆ ให้กับทางวัดหัวลำโพงก็ได้ครับ เพราะที่นั่นก็มีบุญให้ท่านทำหลากหลายแล้วแต่ศรัทธาและกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ สุดท้ายนี้ก็ขออนุโมทนาบุญกุศลที่ท่านได้ทำด้วยน๊ะครับ ขอให้เจริญ เจริญ อายุ วรรโณ สุขัง พลัง......สาธุ.....

Thursday, July 16, 2009

การใช้สิทธิประกันสังคมครั้งแรกของผมกรณีเจ็บป่วยทั่วไป

วันนี้ถือว่าเป็นวัน "เปิดบริสุทธิ์" การใช้สิทธิประกันสังคมของผมในกรณีเจ็บป่วยทั่วไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผมมีสิทธิในการใช้สิทธิประกันสังคมมาตั้งแต่เริ่มมีการทำประกันสังคมนั่นแหละครับ แต่ไม่เคยไปใช้สิทธินั้นแม้แต่ครั้งเดียว เพราะที่ทำงานเก่ามีสวัสดิการในการเบิกค่ารักษาพยาบาล และทำประกันหมู่ไว้ด้วย เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ได้ใช้สิทธิประกันสังคมแม้แต่ครั้งเดียว

ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินว่า คนที่ไปใช้สิทธิประกันสังคมในการรักษาพยาบาล จะได้ยาที่มีประสิทธิภาพต่ำเมื่อเทียบกับการจ่ายเงินรักษาพยาบาลเอง หรือมีสวัสดิการที่ทำงาน ซึ่งผมเองก็คงต้องยอมรับครับว่า นี่คือความจริง แต่สำหรับคนที่มีเงินน้อยจะให้ทำไงได้ มีสิทธิประกันสังคมให้ใช้ดีกว่าไม่มี เพราะอย่างน้อยประกันสังคมก็ยังให้เราในส่วนอื่น ๆ นอกจากการรักษาพยาบาลไม่ใช่หรือ ตอบเองเลยว่าใช่

ถ้าให้ผมสรุปตอนนี้ว่าทำประกันสังคมคุ้มค่าหรือเปล่า ผมก็คงต้องตอบแบบตรง ๆ ในความคิดของผมว่า "ก็ยังคุ้มค่าอยู่" ถึงแม้จะไม่ได้ดูโก้เก๋ แต่ก็ช่วยผ่อนภาระบางอย่างให้กับเราได้

วันนี้ที่ผมไปใช้สิทธิก็เนื่องมาจากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด ผมก็หวั่น ๆ อยู่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือเปล่า แต่จากการสำรวจสภาพความเป็นอยู่และการเดินทางของผมในแต่ล่ะวันก็ไม่เคยเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ผมก็เลยค่อนข้างที่จะวางใจในตัวของผมเองได้ วันนี้ผมไปใช้บริการที่โรงพยาบาลแม่น้ำ(ปากเกร็ด)มาครับ คนค่อนข้างบางตา หลาย ๆ คนก็มีผ้าปิดปาก ผมเองก็เช่นกันเตรียมมาจากบ้าน เพราะกลัวสังคมจะรังเกียจที่รู้ว่าตัวเองเป็นไข้หวัดแล้วไม่นึกถึงสังคม พอไปถึงโรงพยาบาลก็เห็นเขามีแจกผ้าปิดปากก่อนเข้าโรงพยาบาลอยู่แล้ว อย่างนี้ซิครับถึงจะเรียกว่าเป็นการป้องกันที่ดีอีกทางหนึ่ง เพราะหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ป่วยจะมีที่ปิดปากไว้ที่บ้านก็ใช่ที่ นอกจากว่าเตรียมไว้เพื่อเดินทาง สำหรับขั้นตอนของโรงพยาบาลในการใช้สิทธ์ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแค่มีบัตรประกันสังคมกับบัตรประชาชนก็พอ สำหรับรายละเอียดอย่างเป็นทางการ ผมคัดลอกมาจากเว็ปไซด์ประกันสังคมมาโพสให้ดีอีกครั้งหนึ่งครับ

ผู้ประกันตนเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ท่านเลือกตามบัตรรับรองสิทธิหรือ สถานพยาบาลเครือข่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างที่หยุดพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ใน จำนวนครึ่งหนึ่งของค่าจ้างตามจำนวนวันที่หยุดจริง ไม่เกินครั้งละ 90 วัน และไม่เกิน 180 วันในหนึ่งปี หากเจ็บป่วยเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 365 วัน ผู้ประกันตนเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ท่านเลือกตามบัตรรับรองสิทธิ หรือสถานพยาบาลเครือข่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างที่หยุดพักรักษาตัว ตามคำสั่งแพทย์ในจำนวนครึ่งหนึ่งของค่าจ้างตามจำนวนวันที่หยุดจริงไม่เกิน ครั้งละ 90 วัน และไม่เกิน 180 วันในหนึ่งปี หากเจ็บป่วยเรื้อรังจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 365 วัน

โดยหลักฐานที่ต้องใช้แสดงเพื่อขอรับบริการทางการแพทย์จากโรงพยาบาล ได้แก่
1. บัตรรับรองสิทธิฯ

2. บัตรประจำตัวประชาชนส่วนการขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ คือ
1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01 )
2. ใบรับรองแพทย์
3. หนังสือรับรองจากนายจ้าง
4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรกที่มีชื่อ–เลขที่บัญชี (กรณีขอรับเงินทางธนาคาร)

ไม่ใช้เวลาในการตรวจรักษาและรอยาไม่เกินครึ่งชั่วโมง ค่อนข้างที่จะรวดเร็วทีเดียว ไม่เสียเวลาเลยครับ อาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีคนมาโรงพยาบาลวันนี้ก็เป็นไปได้ เอาเป็นว่าโดยภาพรวม ๆ แล้ว ผมก็รู้สึกได้ในทางที่ดีสำหรับการใช้สิทธิในครั้งนี้

Wednesday, July 15, 2009

ข่าวดี!!! ครม. มีมติ ต่ออายุ 5 มาตรการ 6 เดือน จนถึง 31 ธ.ค

ข่าวดีสำหรับคนที่มีรายได้น้อยหรือกำลังตกงานอยู่ เมื่อวานนี้ผมก็ได้ข่าวมาว่า ครม. มีมติต่ออายุ 5 มาตรการ 6 เดือน จนถึง 31 ธ.ค ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกโล่งใจขึ้นไปอีก อย่างน้อยเราก็สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะย่ำแย่อยู่ในขณะนี้

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งมาว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ตามโครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน ที่จะสิ้นสุดในเดือนนี้ออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอมา

อย่างไรก็ตาม การต่ออายุมาตรการดังกล่าวส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ประมาณ 1.1หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยตกประมาณเดือนละ 2พันล้านบาทสำหรับโครงการ 5 มาตรการ 6 เดือนเพื่อช่วยค่าครองชีพของประชาชน ประกอบด้วย
1.มาตราการแบกรับค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปา สำหรับผู้ใช้น้ำไม่เกิน 30 ยูนิต ซึ่งจะครอบคลุมผู้ใช้น้ำประปาทั้งในเขตนครหลวงและเขตภูมิภาค 8.6 ล้านคน
2.มาตรการแบกรับค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย จากเดิมที่การใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วย ใช้ฟรี และ 80-150 หน่วย จ่ายครึ่งราคา ช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งในเขตนครหลวงและภูมิภาค
3.มาตรการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยรถประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะให้บริการรถเมล์ธรรมดาในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฟรี 800 คัน ใน 73 เส้นทาง
4.มาตรการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรถไฟชั้น 3 ซึ่งจัดรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม 164 ขบวน และรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ 8 ขบวน
5.ชะลอการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ในภาคครัวเรือน

Monday, July 13, 2009

แผนที่ คลองถม - สำเพ็ง - บ้านหม้อ - พาหุรัด - สะพานเหล็ก(อีกที)

วันนี้มีเวลามานั่งทำแผนที่ตำแหน่งที่ตั้งของคลองถม - สำเพ็ง - บ้านหม้อ - พาหุรัด - สะพานเหล็ก

บ้านหม้อ แหล่งร้านเพชร ร้านจิวเวอรี่ และแหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิคส์ราคาถูก เช่น เครื่องเสียง, เครื่องเสียงติดรถยนต์, วีซีดี, ดีวีดี ทั้งแบบตั้งตกและพกพา, สำโพง, ชุดคิทอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงอะไหล่อิเล็กส์ทรอนิกส์อย่างเช่น ไอซี, ทรานซิสเตอร์, ตัวต้านทาน หรือตัวเก็บประจุ รวมไปถึงเครื่องมือช่างเช่น หัวแร้ง, ไขควง, คีม, มิเตอร์, ออสซิโลสโคป หรือเครื่องกำเนิดความถี่

พาหุรัด แหล่งรวมเสื้อผ้าสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็นไทย จีนหรือแขก ผ้าผืนสำเร็จนำไปตัดเย็บเอง หรือของชำร่วยสำหรับงานแต่งงานมงคลต่าง ๆ


สำเพ็ง ก่อนหน้านี้จะเป็นแหล่งขายผ้าสำหรับตัดเย็บเป็นส่วนใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้กลายมาเป็นแหล่งขายปลีก/ส่งสินค้ากิ๊ฟชอปไปเสียแล้ว

สะพานเหล็ก แหล่งขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภท วีซีดี, ดีวีดี, วิทยุติดรถยนต์, กล้องมือสอง, ของเล่น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเกมส์ทั้งหลายก็จะมาอยู่บริเวณนี้ค่อนข้างมาก

คลองถม แหล่งรวมสินค้าหลากหลาย เช่น นาฬิกา, แว่นตา, มีดพก, ปืนของเล่น, บีบีกัน, ของเล่นสำหรับเด็กและผู้ใหญ่, เครื่องมือช่าง(สว่าน, ไขควง, คีม, ประแจ, แม่แรง), อุปกรณ์ตกแต่งทำความสะอาดรถยนต์, อะไหล่มือถือ และของมือสองมากมาย โดยเฉพาะคืนวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ทั้งวัน
เอาไว้ว่าง ๆ จะมาว่ากันใหม่

Friday, July 10, 2009

ส่งเงินสมทบประกันสังคมงวดที่ 2 สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39

เมื่อวานนี้คือวันที่ 9 ก.ค. 2552 เป็นวันที่ผมได้ไปติดต่อกับประกันสังคมจังหวัดนนทบุรีอีกครั้งหนึ่งเพื่อส่งเงินสมทบงวดที่ 2 ซึ่งความจริงแล้วสามารถชำระเงินได้จนถึงวันที่ 15 ของทุก ๆ เดือน แต่เนื่องจากผมได้เห็นประกาศที่ทางประกันสังคมแจ้งไว้ว่าจะมีคนมาใช้บริการกันค่อนข้างมากในช่วงกลางเดือน คือวันที่ 14-15 และช่วงปลายเดือน คือวันที่ 28-31 เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าหลีักเลี่ยงได้จะเป็นการดีจะได้ไม่เสียเวลารอคิวนานเกินไป วันที่ผมไปก็ต้องรอคิวอยู่ประมาณ 15 คิวคือเป็นคนที่ 39 ใช้เวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ในขณะที่รอคิวอยู่ ผมได้สังเกตุเห็นว่า ยังคงมีคนมาขอรับเช็คช่วยชาติอยู่ ซึ่งในความคิดของผมคิดว่าน่าจะหมดระยะเวลาไปแล้ว แต่เปล่าเลย สำหรับคนที่ยังไม่ได้รับเช็คช่วยชาติก็ขอให้รีบไปรับซ่ะ จะได้ไม่เสียผลประโยชน์ของตนเอง

ในระหว่างที่รอคิว ผมก็เห็นผู้คนทะยอยกันเข้ามาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้มาชำระเงินสมทบหรือรับเช็คช่วยชาติ แต่มาขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลก็มี คือค่าอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ซึ่งผมเองก็ไม่เคยใช้บริการของประกันสังคมมาก่อนและยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด และขั้นตอนการขอรับสิทธินั้นเป็นอย่างไร แต่ผมว่า ถ้าเรารู้สิทธิของเราว่ามีอะไรบ้าง โอกาสนี้ผมก็ขอนำสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาให้ดูอีกครั้งหนึ่งดีกว่าน๊ะครับ ก็มีดังนี้

สิทธิประโยชน์
กองทุนประกันสังคม
กองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ประกันตนให้ได้รับ ประโยชน์ทดแทน กรณี

* ประสบอันตราย/เจ็บป่วย
* ทุพพลภาพ
* ตาย ซึ่งไม่เนื่องจาก การทำงาน
* คลอดบุตร
* สงเคราะห์บุตร
* ชราภาพ
* ว่างงาน

กองทุนเงินทดแทน
กองทุนเงินทดแทน คือ เงินสมทบที่เก็บ มาจากนายจ้างฝ่ายเดียว จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อทำหน้าที่จ่ายค่าทดแทนให้กับ ลูกจ้างที่

* ประสบอันตราย/เจ็บป่วย
* สูญเสียอวัยวะ/สูญเสียสมรรถภาพของ อวัยวะ
* ทุพพลภาพ
* ตาย/สูญหาย จากการทำงานให้กับนายจ้าง

เอาเป็นภาพการ์ตูนมาให้ดูกันหน่อยจะได้น่าอ่าน(ถ้าตัวหนังสือเล็กก็ให้คลิ๊กที่ภาพเพื่อขายให้ใหญ่ขึ้น)

ที่นี่เราก็อยู่สิทธิประโยชน์ของประกันสังคมกันแล้ว ถ้าเข้าข่ายในกรณีใดก็ไปติดต่อเพื่อรับสิทธินั้นที่ประกันสังคมได้เลยครับ เพียงแค่บอกที่ประชาสัมพันธ์ที่ประกันสังคมว่ามาทำอะไร เดี๋ยวก็ได้รายละเอียดและขั้นตอนในการรับสิทธินั้นเองครับ ไม่ต้องเป็นกังวลที่จะรับสิทธิของเรา เดี๋ยวนี้ราชการเขาพัฒนาแล้วครับไม่เหมือนเมื่อก่อน และยินดีต้อนรับทุก ๆ คนด้วยน้ำจิตน้ำใจจริง ๆ

ถ้าหากมีปัญหาอะไรก็ให้คอมเม้นท์ได้น๊ะครับ เพราะทุกคอมเม้นท์จะส่งตรงมายังอีเมล์ผมทันที และผมจะตอบไปที่คอมเม้นท์ของเรื่องนั้น ๆ เองครับ

 

© 2013 คนตกงาน. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top