Tuesday, February 10, 2009

การตัดสินใจเลือกอาชีพ และแบบทดสอบความพร้อมทางอาชีพ

การที่เราจะเลือกทำอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ความรู้ความสามารถและบุคลิกลักษณะของเราก็เป็นตัวบอกว่า เรามีความเหมาะสมกับอาชีพอะไรบ้าง ถ้าหากจะลองผิดลองถูกกันไปเรื่อย ๆ บางคนอาจจะประสบความสำเร็จ แต่หลายคนก็ไม่เป็นเช่นนั้น การสำรวจตัวเองและสำรวจสภาพแวดล้อม เป็นสิ่งแรก ๆ ที่จำเป็นก่อนการเริ่มต้น บางคนอาจจะปรึกษาคนที่มีประสบการณ์ หรือคาดการณ์อะไรไปต่าง ๆ นานา บางคนอยากจะทำอาชีพที่เห็นว่ามีรายได้สูง แต่พอทำจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ในขั้นแรก ๆ อาจจะใช้วิธีการก๊อปปี๊คนอื่นเขามา แต่เมื่อเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ทำไประยะหนึ่ง เขาก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า หรือธุรกิจของเขาได้ ซึ่งจุดนี้นี่เองที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ลองถามตัวเองดูก่อนว่า เรามีความพร้อมที่จะทำสิ่งนั้น ๆ จริง ๆ หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทางสติปัญญา ทางจิตใจ แม้กระทั่งทางการเงิน

ผมได้ไปเห็นบทความดี ๆ จาก "กรมการจัดหางาน กองส่งเสริมการมีงานทำ" อยากจะให้ทุก ๆ ท่านลองเข้าไปอ่านดู ซึ่งเขาแบ่งหมวดหมู่ไว้ทั้งหมด 4 หมวดหมู่ด้วยกัน คือ

การตัดสินใจเลือกอาชีพ
บุคคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ
แบบทดสอบความพร้อมทางอาชีพ
การเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน

Monday, February 9, 2009

บางครั้งก็ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ผมไม่ใช่เป็นคนงมงาย หรือเฝ้าวิงวอนร้องขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ที่พอจะเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้กับเราได้ วันนี้ก็เป็นวันดี คือเป็นวันมาฆะบูชา ผมก็เลยถือโอกาสนี้ที่จะทำบุญตามประเพณีที่ชาวพุทธทุก ๆ ท่านย่อมทำกันเป็นปกติ แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่า วันนี้เป็นวันที่วิเศษกว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา นึกย้อนไปถึงคำพูดที่โบร่ำโบราณกล่าวกันไว้ว่า "ไม่มีทุกข์ ไม่เห็นธรรม" มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

บางคนเคยกล่าวกับผมว่า อย่าไปหวนนึกถึงอดีตที่เคยผิดพลาด เพราะอย่างไรเสียเราก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก แต่สำหรับผมแล้ว คงจะทำใจให้ลืมได้ยากในบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับผม และผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่า คนที่พูดอย่างนั้น ทำได้จริงหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อดีของผมก็คือ ผมไม่ได้หมกหมุ่นอยู่กับอดีต แต่ว่าหวนนึกถึงอดีต เพื่อทบทวนบางสิ่งบางอย่างที่เราได้ก้าวพลาดไป และเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่า เราจะไม่ ความผิดพลาดในอดีตสามารถแก้ไขและนำไปใช้ได้ในอนาคต ก็เหมือนกับเป็นประสบการณ์ที่เราได้เผชิญมาโดยตรงด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็เหมือนการเรียนภาษาอังกฤษ ที่ทุก ๆ คนมักจะพูดว่า "learn from mistake" หรือเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนั่นเอง หรืออาจจะเป็นคำพูดไทย ๆ ที่่ว่า "ผิดเป็นครู" บางคนอาจจะเป็นถึงครูใหญ่ คณะบดี หรือรมต.กระทรวงศึกษาไปแล้ว เพราะผิดซ้ำซาก และไม่คิดจะแก้ไข

ผมสังเกตุด้วยตัวเองแล้วพบว่า การสวดมนต์ช่วยให้จิตใจเราดีขึ้นจริง ๆ ซึ่งเรื่องนี้สามารถพิสูจน์ได้ง่าย ๆ ก็คือ การสวดมนต์ ก็เหมือนกับการเปล่งเสียงออกมา เหมือนกับการร้องเพลง ซึ่งบางครั้งเราต้องหายใจลึก ๆ หรือหายใจออกยาว ๆ ช่วยให้อ๊อกซิเจน และคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ สามารถเข้าออกได้ลึกและยาวขึ้น อาจจะเป็นทฤษฎีส่วนตัวของผมเองน๊ะครับ นึกได้อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะคล้าย ๆ กันก็คือ การฝึกการหัวเราะของอาจารย์ชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้ว ที่ค่อนข้างจะเป็นที่นิยมในช่วงนี้ ก็เหมือนกับการกำหนดการหายใจ และการขยับกล้ามเนื้อภายใน ทำให้สมองโล่ง สุขภาพจิตใจและร่างกายภายในดีขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่เป็นข้อดีของการสวดมนต์ก็คือ การสวดมนต์เป็นเรื่องที่ยากถ้าต้องการสวดให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นชาวพุทธทั้งหลาย ควรจะสวดมนต์ให้ถูกจังหวะ ถูกคำและอักษร ถ้าเราคิดได้อย่างนี้แล้ว ในขณะที่เราสวนมนต์ เราก็จะนึกถึงแค่เรื่องเดียว คือสวดมนต์ให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ก็จะหายไป เพราะจิตใจเราจดจ่ออยู่ที่การสวดมนต์อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรเสีย ไม่ว่าโชคชะตา หรือฟ้าจะลิขิตให้เราเป็นเช่นไร แต่อย่างหนึ่งที่ผมอยากจะขอร้องให้ทุก ๆ คนปฏิบัติ นั่นก็คือ การเป็นคนดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น และรู้จักการให้โดยไม่หวังสิ่งอื่นใด ให้เรานึกอยู่เสมอว่า ทุกวันนี้ที่เรามีชีวิตอยู่ คือ กำไรล้วน ๆ เราเกิดมาก็ไม่ได้มีอะไรมาพร้อมนอกจากร่างกาย เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกคือกำไร ผมเองก็ยังกำไรอยู่อีกเยอะ แต่จะไม่ยอมเท่าทุนเป็นอันขาด

สุดท้าย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุก ๆ ท่านให้อยู่รอดปลอดภัย

บทสรุปสำหรับบทความนี้
1. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และช่วยทำให้เราสบายใจ
2. ไม่มีทุกข์ ไม่เห็นธรรม
3. ผิดเป็นครู หรือ learn form mistake
4. สวดมนต์ช่วยให้จิตใจเราดีขึ้น
5. ชีวิตนี้มีแต่กำไร

อยู่ว่าง ๆ รับจ้างนั่งดูโฆษณาดีกว่า

ความจริงแล้วผมได้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซด์ไทยแอดพอยท์(thaiadpoint)มานานแล้ว เพื่อรับจ้างคลิ๊กดูโฆษณา ถึงรายได้จะน้อยนิด แต่ก็เพื่อไว้ในอนาคต สำหรับเว็บไซด์ประเภทนี้ ก็มีอยู่ค่อนข้าเยอะที่รับจ้างคลิ๊กดูโฆษณา แต่ผมเห็นว่าเป็นเว็บไซด์ไทยน่าจะดีกว่า และค่อนข้างที่จะดูน่าเชื่อถือมากที่สุด(เท่าที่ศึกษาข้อมูลมา) การสมัครก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก ทางเว็บไซด์เขาทำไว้ค่อนข้างดี มีคำอธิบายไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว ผมว่าถ้ามีเวลาว่างแล้วไม่รู้จะทำอะไร ก็ลองศึกษาดูว่า การหาเงินทางอินเตอร์เน็ต นั้นมีวิืธีใดบ้างน่าจะดี แต่ผมขอบอกไว้ก่อนเลยครับว่า ต้องใช้ความพยายาม อุตสาหะค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

วันนี้ผมก็ขอแนะนำเว็บไทยแอดพอยท์ดีกว่า สนใจก็ลองสมัครดู คลิ๊กที่รูปข้างล่างเพื่อสมัครได้เลยครับ


หรือศึกษาจากคีย์เวิร์ด "รับจ้างคลิ๊กดูโฆษณา" อะไรประมาณนี้ หรือจะลอง Search คำว่า หาเงินทางเน็ต ก็ได้ หรือเป็นภาษาอังกฤษ สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษแข็งแรงก็คือคำว่า "make money on web" หรือ "make money on internet"

จำเอาไว้น๊ะครับว่า โอกาสยังมีสำหรับพวกเราที่ตกงาน อย่าหยุดคิดหยุดทำ ผมว่า ผมได้อะไรเยอะพอสมควรจากการไม่มีงานทำ ได้มีโอกาสศึกษา เรียนรู้อะไรต่าง ๆ ที่ไม่เคยคิดที่จะรู้มัน ไม่เคยลองศึกษาการทำธุรกิจ สิ่งเดียวที่เป็นการสูญเสียสำหรับคนว่างงาน ก็คือ "เงิน" เท่านั้น ขอให้คิดเสมอว่า เรามีอิสระจากการทำงานประจำแล้ว โอกาสดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่ ๆ ตื่นเต้น และท้าทายสำหรับเราเริ่มแล้ว

สุดท้ายที่จะต้องขอฝากเอาไว้สำหรับทุก ๆ ท่านแบบตรง ๆ เลยก็คือ อย่าหวังว่า สิ่งที่เราคิดที่จะทำจะประสบผลสำเร็จอย่างที่คาดหวัง คุณอาจจะล้มเหลวอีกครั้งก็ได้ เพราะฉะนั้น ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ มีแผนสำรองเอาไว้ด้วย อย่าทุ่มจนสุดตัว สุดชีวิต ให้ลองทำทีละเล็กทีละน้อย แล้วมันจะค่อย ๆ ดีขึ้นมาเอง

บทสรุปที่ทำเป็นประจำสำหรับบทความนี้คือ
1. หาเงินให้ได้หลาย ๆ ช่องทางเท่าที่จะทำได้ อย่างหน้ามืดตามัว ทำจนไม่ได้หลับได้นอน มีเวลาพักผ่อนบ้าง
2. ทำแผนสำรองไว้เสมอ สำหรับทุก ๆ ธุรกิจที่เรากำลังจะก้าวไป
3. อย่านำเงินทั้งหมดไปลงกับธุรกิจเดียว และอย่าลงเงินทั้งหมดสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจที่เราทำ เดี๋ยวไม่มีเงินใช้ หรือศัพท์ทางเทคนิคก็คือ cash flow จะไม่มีนั่นเอง แบบนี้จอดสนิทตั้งแต่เริ่มต้น
4. ทำธุรกิจ ใช่ว่าจะประสบผลสำเร็จอย่างที่คาดหวัง ต้องเผื่อใจไว้บ้าง
5. หมั่นทบทวนธุรกิจ และศึกษาหาอะไรใหม่ ๆ มาสนับสนุนธุรกิจอยู่เสมอ

เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า โชคดีครับ ทุก ๆ ท่าน รวมทั้งตัวผมด้วย

Sunday, February 8, 2009

นั่งรถเมล์ สำรวจตลาด

วันนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะนั่งรถเมล์เล่นไปเรื่อย ๆ ตื่นนอนประมาณ 6 โมงได้ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมาเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่ออัปเดทข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทำไปทำมาก็เริ่มขี้เกียจออกไปข้างนอก จนเวลาล่วงเลยไปประมาณเที่ยงครึ่งหลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็อาบน้ำอาบท่าซ่ะ ตั้งแต่ตื่นมายังไม่ได้อาบน้ำ แต่แปรงฟันแล้วน๊ะ จัดแจงแต่งเนื้อแต่งตัวให้เรียบร้อยรับกับอากาศร้อน เพราะตั้งใจว่า จะนั่งแต่รถเมล์ฟรี ที่ทางรัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือประชาชน

อันนี้ก็ต้องขอบ่นกันอีกนิด สำหรับเรื่องรถเมล์ฟรีนี่น๊ะ ให้ตายเถอะ ออกจากบ้านมาครั้งแรกก็เจอกับรถเมล์ฟรี โดยไม่ต้องรอนาน(จังหวะดี) นั่งไปซักระยะ ก็เห็นรถเมล์สายหนึ่งน่าจะไปที่คลองถมได้ ก็เลยลงจากรถคันแรก เพื่อจะขึ้นคันต่อไป บอกตรง ๆ เลยว่า ผมไม่ได้นั่งรถเมล์มาหลายปีแล้ว ก็นึกว่า ทุกคันจะขึ้นฟรีหมด ถ้าเป็นรถคันสีแดง แต่มันไม่ใช่นี่นา เพราะผมรอไอ้คันที่ผมต้องการจะขึ้นต่อมันไม่มาซักที ก็เลยเปลี่ยนใจ ไปอีกคันหนึ่ง สีแดงเหมือนกัน ขึ้นปุ๊บ ก็ไม่รู้ว่า กระเป๋ารถพูดอะไร แต่เห็นกระบอกเก็บเงิน ก็เลยต้องฟอร์มว่ารู้ ก็จ่ายเงินไปซ่ะแปดบาท นั่งไปประมาณสองกิโลก็หมดระยะ เลยเดินต่อประมาณกิโล เพื่อไปขึ้นรถคันต่อไป(เปลี่ยนแผนใหม่อีก)

คราวนี้แหละ ไม่มีพลาด รถเมล์ฟรีต้องมีข้อความว่า "รถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน" อะไรประมาณนี้ เพราะผมนึกว่าจะเขียนไว้เฉพาะด้านข้าง แต่หน้ารถมีข้อความอยู่ตัวเบ่อเร้อ ก็เลยบ่นกับตัวเองในใจว่าทำไมซื่อบื้ออย่างนี้ ท่องไว้ในใจ รถเมล์ ๆ ๆ ๆ ท่องอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ไม่โพล่มาให้เห็นซักคัน ก็สรุปไปว่า ถ้าจะนั่งรถเมล์ฟรี ต้องมีความอดทน ทนรอได้ ประมาณนี้

เอาเป็นว่า ผมยอมเสียเงินไปต่อรถที่สนามหลวงดีกว่า เสียเงินอีกหกบาทห้าสิบ รถเมล์เล็กสีเขียว และแล้วผมก็มาถึงสนามหลวงจนได้ แต่ไม่มีรถไปคลองถม ถ้าจะไปคลองถม ต้องเดินไปขึ้นรถอีกประมาณกิโลหนึ่ง ว่าแล้วก็เปลี่ยนใจอีก ไปสาย 9 ก็ได้ ลงพาหุรัด จะได้ดูของหลากหลายเพิ่มไปอีก

สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาผมมากก็คือ ชุดเด็กเล็ก เป็นชุดไทย ผมว่า ไม่ค่อยเห็นมีขายตามตลาดนัด ดูแล้วก็น่ารักดี แต่ก็แค่เดินผ่าน ๆ ไม่ได้ถามราคา เพราะผมต้องการดูอย่างเดียว(วางเป้าหมายไว้ว่าจะดู ก็ต้องดู ห้ามถาม) เอาไว้วันหลังถ้ามีโอกาส ก็จะสำรวจราคาอีกทีหนึ่ง สำหรับพาหุรัดเอง ก็จะเป็นในเรื่องของเสื้อผ้า และกิฟช๊อฟต่าง ๆ ผมว่าก็เข้าท่าดีเหมือนกัน ถ้าจะเอามาขาย

ใกล้ ๆ กัน ก็เห็นพระพิคเนศร์องค์โต ผมก็รีบเข้าไปกราบไหว้ทันที ขอให้ผมโชคดี ขอให้ทางสว่างกับผม

ว่าแล้วก็ขอเดินเฉียดสะพานเหล็กซ่ะหน่อย แค่เฉียดไม่ได้เข้าไปลึก ๆ ก็เห็นตุ๊กตาโมเดล ฮืม ไอ้นี่ก็น่าเอาไปขายเหมือนกัน เอาเป็นว่า ขอเก็บเป็นข้อมูลไว้ก่อน

และแล้ว คลองถมก็อยู่ต่อหน้าผม เดินไปได้ซักนิดหนึ่ง เอ๊ะ ปอเปี๊ยะขาหมู ที่เคยกินประจำ(ลืมบอกไปว่า ผมเคยอยู่แถวนั้นมาก่อน ก็เลยรู้แหล่งแถวนั้นทั้งหมดแหละครับ เรียกว่า โตมากับที่นั่นน่าจะได้) "เฮีย ขอหนึ่งที่พร้อมน้ำเก็กฮวย" ก็เสียไปอีกห้าสิบบาท(40+10) คราวนี้ผมก็เดินเป็นระบบเหมือนที่ผมเคยเดินเป็นประจำทุกอาทิตย์สมัยก่อนนั่นแหละครับ เดินไปเดินมา อ้าว ปวดฉี่อีก ก็เลยเสียไปอีก 2 บาท สำหรับที่คลองถม ผมสะดุดตา ปากกาถ่ายวีดีโอ ความจุ 2 GB ราคา 1,500 บาท รับมาน่าจะประมาณ 1,000 บาท(เดาเอา) แต่คงขายไม่ได้หรอกของพรรณนี้ ถ้าขายในห้างก็ไปอย่าง

อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นคนมุงดูกันเยอะนั่นคือ หนังสำหรับผู้ใหญ่ เฮ้ย ไม่ใช่ เขามุงดู อะไรเกี่ยวกับปืน ชุดพรางตัว ผมเรียกเป็นศัพท์เฉพาะไม่ถูก มันเป็นตลาดเฉพาะ แต่ถ้าเราทำเป็นร้านให้คนรู้จัก ผมว่ารุ่งแน่ ๆ ถ้าซ่อมปืนเป็นด้วยก็จะดี เห็น TV รายการหนึ่งบอกว่า ช่างซ่อมปืน รายได้ประมาณวันละ 3,000 บาท แล้วกำลังเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากด้วย ก็ขอฝากถ้าหากใครที่มีความรู้ก็น่าจะหาหนทางดูน๊ะครับ

สำรวจตลาดเสร็จแล้ว คราวนี้ก็ไปสนองกิเลสต่อดีกว่า ไปพันทิพ.... เดินไปต่อรถเมล์อีก 8 บาท เอ๊ะ ๆ ให้ตายเถอะ ตั้งแต่ สยามพารากอนเปิด ตูยังไม่เคยเห็นเลยนี่ ว่าแล้วก็ขอลงที่สยามดีกว่า ขอเดินผ่านหน่อยก็ยังดี แค่เดินผ่านแต่ไม่ได้เข้าไป เดินไปเดินมา ก็ถึงเซ็นทรัลเวิร์ล ห้างเซ็นแล้ว อย่างนี้เดินต่อให้ถึงพันทิพเลยดีกว่า ว่าแล้วก็เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ก็มีคนมาขายของตามฟุตบาทเยอะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร

เฮ้อ!!! ถึงพันทิพซ่ะที เดินอยู่ประมาณเกือบชั่วโมง ตอนนี้ก็หกโมงครึ่งไปแล้ว เห็นทีจะต้องกลับซักที ตอนนี้แหละได้นั่งรถเมล์ฟรีอีกครั้งครับ โชคดีจริง ๆ เรา นั่งไปลงสนามหลวงดีกว่า แล้วก็เดินผ่านสนามหลวง เอ๊ะ เสียงอะไร นปช นี่นา มีเวทีด้วย แต่ไม่ค่อยมีคนฟัง เห็นอยู่ไม่น่าจะเกิน 50 คน แต่เสื้อสีแดง Truth Today กับผ้าสามเหลี่ยม ก็เห็นขายดีอยู่น๊ะ ร้านขายอาหาร ขายน้ำ ก็ยังขายได้ หรือว่าเราจะไปขายของให้ม๊อบดีหว่า ขอขายแค่น้ำก็น่าจะได้เงินเยอะแล้ว เอาเป็นว่า หารถกลับก่อนดีกว่า

จะกลับบ้านจากสนามหลวงก็ต้องนั่งรถสองต่อ คันที่หนึ่งผ่านไป ไม่ฟรี คันที่สอง ไม่ฟรี คันที่สาม ไม่ฟรี ถึงคันที่สิบ ก็ไม่ฟรี เอาเป็นว่า ยอมเสียเงินค่ารถเมล์ก็ได้ ก็ได้รถสาย 33 "นั่นไง ผ่านบิ๊กซี นนท ด้วยนิ มีตลาดนัดด้วย" พอถึงบิ๊กซี ก็ขอเดินดูตลาดนัดอีกนิด เดี๋ยวค่อยกลับบ้านก็ได้ พึ่งทุ่มกว่า ๆ เอง

ขอเข้าห้องน้ำหน่อยดีกว่า ก่อนเข้าห้องน้ำ ก็เดินผ่านร้านก๊วยเตี๊ยวร้านหนึ่ง(ไม่ขอบอกชื่อ ไม่อยากโฆษณาให้) ขอกินซ่ะหน่อย เสียเงินไปอีก 69 บาท หลังจากนั้นก็เดินทางกลับด้วยรถเมล์เสียเงินอีก 8 บาท สรุปว่า ได้นั่งรถเมล์ฟรีสองครั้ง รถเมล์เสียเงินหกครั้ง

สรุปใจความหลัก ๆ
1. สินค้าที่น่าสนใจ คือ ชุดไทยสำหรับเด็ก, กิ๊ฟช๊อฟ, ตุ๊กตาโมเดล, ปืนกับชุดพรางตัว, ขายน้ำให้ม๊อบ
2. ยังไม่ได้สำรวจราคา
3. ยังไม่ได้แหล่งขายของ หรือทำเลตลาดนัดที่ต้องการ
4. ต้องเดินทางสำรวจเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง

ขายของตลาดนัด ธุรกิจทำเงินที่น่าลอง


ตลาดนัด น่าจะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ผมนึกถึงบ่อยที่สุดในการสร้างรายได้ สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเริ่มต้นก็คือ แล้วจะขายอะไร สำหรับผมเองก็ถือได้ว่า เป็นเรื่องหนักอีกเรื่องหนึ่งสำหรับการขายของตามตลาดนัด เพราะสิ่งที่นิยมขายกันมากตามตลาดนัด ก็คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหารการกิน แล้วก็เครื่องดื่ม แล้วคนที่เดินตลาดนัดส่วนใหญ่เขาซื้ออะไรกัน หรือเดินด้วยวัตถุประสงค์อะไร ถ้าจะลองย้อนถามตัวเองเวลาไปเดินตลาดนัด ผมก็ได้แต่มอง ไม่ค่อยซื้อ และส่วนใหญ่ที่ชอบจับจ่ายใช้สอยน่าจะเป็นผู้หญิงมากกว่า เท่าที่ผมสังเกตุ เพราะฉะนั้น ผมก็สรุปได้ทันทีว่า ผมควรจะทำตลาดสำหรับผู้หญิงมากกว่า สำหรับเครื่องการทำอาหาร หรือเครื่องดื่มไม่ต้องพูดถึง ผมทำไม่ได้อย่างแน่นอน(ทำกินเองน่ะพอได้ แต่ถ้าจะทำขาย ผมว่าไปไม่รอด)

ตอนนี้ผมก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า น่าจะลองขายของดู และเน้นที่การขายให้กับสุภาพสตรีเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ขายประเภทยกทรง กางเกงใน หรือเครื่องสำอาง ก็คงไม่เหมาะอีก

แล้วอะไรล่ะครับที่จะดึงดูดใจให้บรรดาสุภาพสตรีทั้งหลายยอมควักกระเป๋าเพื่อซื้อของ ๆ เรา คิดไปคิดมา ก็ยังคิดไม่ออก ผมก็เลยขอติดค้างไว้ตรงนี้ไว้ก่อน แต่พอจะสรุปความต้องการของตัวเองได้ดังนี้

1. ขายของตามตลาดนัด แต่ยังไม่มีทำเล และต้องสำรวจว่าที่ไหนดี
2. ราคาค่าเช่าเป็นอย่างไร
3. ช่วงเวลา เปิด-ปิด ตลาดนัด และวันไหนบ้าง
4. เดินสำรวจตลาดนัดเฉพาะจุดที่เราสนใจ แล้วดูว่าที่ตลาดนั้นยังขาดอะไรอยู่ คือไม่ต้องการขายซ้ำกับคนอื่น เพื่อที่จะได้ market share 100 เปอร์เซ็นต์
5. ของที่จะขายสำหรับสุภาพสตรีมีอะไรบ้าง อันนี้คงต้องไปเดินดูแถวประตูน้ำ สำเพ็ง พาหุรัด โบ๊เบ๊

สุดท้าย ผมก็นำข้อมูลตลาดนัดสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรีมาฝาก ในส่วนอื่น ๆ จะพยายามหามาให้ครับ

รวมตลาด / ตลาดนัด จังหวัดนนทบุรี

ศูนย์กลางการค้าและการตลาดที่สำคัญ : อ.เมือง
จัดเรียงข้อมูลตาม ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต. จากน้อยไปมาก จากมากไปน้อย
ลำดับที่ ประเภท ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต.
1 1 ตลาดวัดฉลิมพระเกียรติ 1/100 ม.1 ถ.ท่าน้ำนนท์-วัดโบสถ์ ต.บางศรีเมือง สอต.บางศรีเมือง ทต.บางศรีเมือง
2 1 ตลาดสมบูรณ์ทรัพย์ 50/54/1 ม.1 ต.ท่าทราย สอ.ท่าทราย ท.นครนนทบุรี
3 1 ตลาดสดประชานิเวศน์ 3 123 ม.1 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย สอ.ท่าทราย ท.นครนนทบุรี
4 1 ตลาดสด อ.ต.ก.3 ถ.เลื่ยงเมือง สอ.ตลาดขวัญ ท.นครนนทบุรี
5 1 ตลาดสดท่าอิฐ 94/61 ม. 5 ซ.มณียา ต.บางรักน้อย สอ.บางรักน้อยม.5 อบต.บางรักน้อย
6 1 ตลาดสดเรวดี ซ.เรวดี ต.ตลาดขวัญ งานสธ.เขตเมือง ท.นครนนทบุรี
7 1 ตลาดสดหจก.สมบัติ ต.สวนใหญ่ - ท.นครนนทบุรี
8 1 ตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี 2 ต.สวนใหญ่ - ท.นครนนทบุรี
9 1 ตลาดสดเทศบาลนครนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ - ท.นครนนทบุรี
10 1 ตลาดบางศรีเมือง ถ.ท่าน้ำนนท์ ต.บางศรีเมือง สอต.บางศรีเมือง ทต.บางศรีเมือง
11 2 สินทอง 207/4 ม. 6 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี รพ.พระนั่งเกล้า -


ศูนย์กลางการค้าและการตลาดที่สำคัญ : อ.บางกรวย
จัดเรียงข้อมูลตาม ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต. จากน้อยไปมาก จากมากไปน้อย
ลำดับที่ ประเภท ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต.
1 3 นายปลิววัดพระเงิน 104 ม. 5 ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี วัดสุนทร ทต.ปลายบาง
2 3 เทพศิรินทร์ หน้าร.ร.เทพศิรินทร์ ม.1 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางคูเวียง ทต.ปลายบาง
3 3 บุญตา ม.7 กาญจนาภิเษก ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางคูเวียง ทต.ปลายบาง
4 3 วัดส้มเกลี้ยง วัดส้มเกลี้ยง ม.2 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางคูเวียง ทต.ปลายบาง
5 3 วัดสิงห์ วัดสิงห์ ม.7 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางคูเวียง ทต.ปลายบาง
6 3 วัดไทยเจริญ วัดไทยเจริญ ม.3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางขุนกอง อบต.บางขุนกอง
7 3 หมู่บ้านสมชาย หมู่บ้านสมชาย ม.6 ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ศูนย์สุขภาพฯหมู่บ้านสมชาย ทม.บางกรวย
8 3 วัดศรีประวัติ วัดศรีประวัติ ม.1 ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปลายบาง ทต.ปลายบาง
9 3 วัดสวนใหญ่ หน้าวัดสวนใหญ่ ม.2 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี วัดสนามนอก ทม.บางกรวย
10 3 โรงเจโพธิ์ทอง โรงเจโพธิ์ทอง ม.5 ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางกรวย ทม.บางกรวย
11 3 วัดโบสถ์ ลานวัดโบสถ์ ม.4 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จงนนทบุรี วัดหูช้าง ทต.ปลายบาง
12 3 วัดรวก ลานวัดรวก ม.4 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางสีทอง อบต.บางสีทอง
13 3 บ้านรติรมย์ 3 67/9 ม.3 ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี บางขนุน อบต.บางขนุน
14 3 วัดบางไกรใน 101 ม.4 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี วัดบางไกรใน อบต.บางขุนกอง
15 3 วัดใหม่ผดุงเขต วัดใหม่ผดุงเขต ม.3 ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ศาลากลาง อบต.ศาลากลาง

รายละเอียด :
แหล่งที่มาของข้อมูล : สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ผู้รับผิดชอบ : นางอรดี ศรีสนั่น
ผู้ตรวจสอบข้อมูล : พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี
ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 26 มิถุนายน 2550 เวลา 09:22:25
ความถี่ในการปรับปรุงข้อมูล : ปีละ 1 ครั้ง
ตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 11 กันยายน 2550 เวลา 09:30:08
ศูนย์กลางการค้าและการตลาดที่สำคัญ : อ.บางใหญ่
จัดเรียงข้อมูลตาม ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต. จากน้อยไปมาก จากมากไปน้อย
ลำดับที่ ประเภท ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต.
1 1 ตลาดสดบางใหญ่ ม.5 ต.บางเลน - ทต.บางม่วง
2 1 ตลาดกลางบางใหญ่ซิตี้ 88 ม.6 ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ม.6 ต.เสาธงหิน สอ.เสาธงหิน อบต.เสาธงหิน
3 1 ตลาดเจ้าพระยา 65 ม.10 ต.บางเลน สอ.บางเลน อบต.บางเลน
4 1 ตลาดรุ่งเจริญ 85/13 ม.9 ต.บางเลน สอ.บางเลน อบต.บางเลน
5 2 ตลาดนัดหมู่บ้านอาสาเฮ้าส์ หมู่บ้านอาสาเฮ้าส์ ม.5 สอ.บ้านคลองโยง ทต.บางใหญ่
6 2 ตลาดบางคูลัด 59/1 ม.4 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี สอต.บางใหญ่ เทศบาลต.บางใหญ่
7 2 ม.พระปิ่น 3 ม.15 ต.บางแม่นาง สอต.บางแม่นาง -
8 2 ตลาดนัดซอยวัดพระเงิน ม.8 ต.บางม่วง รพ.บางใหญ่ อบต.บางม่วง
9 2 ตลาดนัดซอยวัดพระเงิน ม.10 ต.บางม่วง รพ.บางใหญ่ อบต.บางม่วง
10 2 ตลาดนัดหน้ารพ.บางใหญ่ ม.3 ต.บางม่วง รพ.บางใหญ่ อบต.บางม่วง
11 3 ตลาดนัด ม.9 ต.บ้านใหม่ สอ.บ้านดอนตะลุมพุก อบต.บ้านใหม่

รายละเอียด :
แหล่งที่มาของข้อมูล : สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ผู้รับผิดชอบ : นางอรดี ศรีสนั่น
ผู้ตรวจสอบข้อมูล : พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี
ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 26 มิถุนายน 2550 เวลา 09:22:25
ความถี่ในการปรับปรุงข้อมูล : ปีละ 1 ครั้ง
ตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 11 กันยายน 2550 เวลา 09:30:08

ลำดับที่ ประเภท ศูนย์กลางการค้า/ตลาด สถานที่ตั้ง สอ. เทศบาล/อบต.
1 1 ตลาดเทศบาลบางบัวทอง ม.5 ต.โสนลอย รพ.บางบัวทอง ท.บางบัวทอง
2 1 ตลาดชุมชนรัตนาธิเบศร์ หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ถ.รัตนาธิเบศร์ สอ.บ้านบางแพรก อบต.บางรักพัฒนา
3 1 ตลาดบุญนิมิตร 82/124 ถ.งามวงศ์วาน ต.ทุ่งสองห้ง สอ.วัดลาดปลาดุก อบต.บางรักพัฒนา
4 2 ตลาดนัดบุศรินทร์ ม.3 ต.พิมลราช โรงกระโจม พิมลราช
5 2 ตลาดนัดหมู่บ้านบัวทอง 4 ม.7 ต.พิมลราช โรงกระโจม พิมลราช
6 2 ตลาดนัดพิมลราช ม.7 ต.พิมลราช โรงกระโจม พิมลราช
7 2 ตลาดปิ่นทองแลนด์ ม.7 ต.พิมลราช สุเหร่าแดง ละหาร
8 2 ตลาดสามง่าม ม.7 ต.พิมลราช สุเหร่าแดง ละหาร
9 2 ตลาดปากซอยวัดบางแพรก ม.4 ต.บางรักพัฒนา บ้านบางแพรก บางรักพัฒนา
10 2 ตลาดวัดไผ่เหลือง ม.4 ต.บางรักพัฒนา บ้านบางแพรก บางรักพัฒนา
11 2 ตลาดซอยวัดมะเดื่อ ม.15 ต.บางรักพัฒนา บ้านบางแพรก บางรักพัฒนา
12 2 ตลาดบัวทอง ซอย 6 ม.10 ต.บางรักพัฒนา บ้านบางแพรก บางรักพัฒนา
13 2 ตลาดนัดลุมพินี ม.3 ต.พิมลราช เทศบาลบางบัวทอง เทศบาลบางบัวทอง
14 2 ตลาดทรัพย์สง่าเซ็นเตอร์ 222/230 ม.3 ต.บางรักพัฒนา เทศบาลบางบัวทอง เทศบาลบางบัวทอง
15 2 ตลาดนัดวันเสาร์ 2/2 ม.2 ต.โสนลอย เทศบาลบางบัวทอง เทศบาลบางบัวทอง
16 2 ตลาดนัดหมู่บ้านโดมทอง ม.8 ต.ละหาร สุเหร่าเขียว ละหาร
17 2 ตลาดนัดสมบัติบุรี ม.13 ต.บางบัวทอง ม.12 บางบัวทอง บางบัวทอง
18 2 ตลาดนัดบัวทองธานี ม.13 ม.13 ต.บางบัวทอง ม.12 บางบัวทอง บางบัวทอง
19 2 ตลาดข้างหมู่บ้านศิริวรรณ ม.11 ต.บางบัวทอง คลองตาคล้าย บางบัวทอง
20 2 หน้าหมู่บ้านปิยวรารมณ์ ม.6 บางบัวทอง คลองตาคล้าย บางบัวทอง
21 2 ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านสินบดี ม.1 ต.พิมลราช ม.7 ลำโพ พิมลราช
22 2 ตลาดวัดบางไผ่ ม.3 ต.บางรักพัฒนา วัดบางไผ่ บางรักพัฒนา
23 2 ตลาดนัดลุงชัด ม.8 ต.บางรักพัฒนา วัดลาดปลาดุก บางรักพัฒนา
24 2 ตลาดหน้าธารทอง ม.6 ต.บางรักพัฒนา วัดลาดปลาดุก บางรักพัฒนา
25 2 ตลาดสดพฤกษา 3 ม.5 ต.บางคูรัด ม.3 บางคูรัด บางคูรัด
26 2 ตลาดนัดหน้าม.พฤกษา 3 ม.8 ต.บางคูรัด วัดเต็มรัก บางคูรัด
27 2 ตลาดนัดมนรดา ม.1 ต.บางบัวทอง ม.5 บางบัวทอง บางบัวทอง
28 2 ตลาดนัดข้างซอยโรงหมี่ ม.1 ต.บางบัวทอง ม.5 บางบัวทอง บางบัวทอง
29 2 ตลาดนัดโรงร่ม ม.3 ต.บางบัวทอง ม.5 บางบัวทอง บางบัวทอง
30 2 ตลาดนัดบัวทองธานี ม.14 ม.14 ต.บางบัวทอง ม.12 บางบัวทอง บางบัวทอง
31 2 ตลาดนัด ช. รุ่งเรือง 6 ม.1 ม.ช.รุ่งเรือง 6 ต.บางบัวทอง เทศบาลบางบัวทอง เทศบาลบางบัวทอง

http://203.151.46.31/Chocolate/Program45/A290302.php?idyear=2551&id_topic=A2903&idampur=1204

รายละเอียด :
แหล่งที่มาของข้อมูล : สำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ผู้รับผิดชอบ : นางอรดี ศรีสนั่น
ผู้ตรวจสอบข้อมูล : พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี
ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 26 มิถุนายน 2550 เวลา 09:22:25
ความถี่ในการปรับปรุงข้อมูล : ปีละ 1 ครั้ง
ตรวจสอบครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 11 กันยายน 2550 เวลา 09:30:08

หมายเหตุ : ก๊อปปี้มาอีกที

Saturday, February 7, 2009

ว่างมาก ทำอะไรดี


หลาย ๆ ครั้งก็ได้ยินคำพูดที่ว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน" มันก็จริงอยู่ครับ แต่งานบางอย่างก็ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับเรา สำหรับคนทำงานประจำ หรือเป็นหนุ่มสาว office หรืองานโรงงาน บอกได้เลยครับว่า งานช่วงนี้ก็ยังพอมีอยู่ แต่จะเหมาะกับเราหรือเปล่านั้นไม่รู้(ความจริงแล้ว ผมก็อยากให้เหมาะกับผมสำหรับทุก ๆ งานที่ผมสมัครไป แต่เขามองว่าเราไม่เหมาะมากกว่า) ถ้าจะพูดกันตรง ๆ แล้ว ผมก็ไม่เลือกงานหรอกน๊ะ แต่ให้งานมันเข้าท่าหน่อย ถ้าจะเหมารวมคำว่าไม่เลือกงาน คือ งานทั้งหมด ผมไปสมัครเป็นลูกจ้างร้านอาหาร พนักงานเสริฟ คนเฝ้ารถ ผมก็คงจะมีงานทำไปแล้ว แต่มันไม่เหมาะครับ ผมก็อยากให้คนที่พูดว่า "ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน" ตีความหมายของคำให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่ได้รู้สึกต่อต้านกับประโยคที่ดี ๆ นี้ แต่ผมว่า ก็ต้องเลือกงานที่เหมาะกับเราด้วยน๊ะครับ

ก็ไม่รู้ว่าจะบ่นไปทำไม เอาเป็นว่า วัน ๆ หนึ่งผมก็ทำเว็บไซด์ต่าง ๆ นานา แล้วแต่เวลาจะมี(ความจริงแล้วเวลามีเยอะ แต่ใช้เวลาคิดอะไรที่มันฟุ้งซ่านมากกว่าอะไรที่เป็นสาระ) ตอนนี้ ผมมีเว็บไซด์หรือประมาณ 5-6 เว็บไซด์ แล้วก็ทำ google adsense ด้วย หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องสนใจ เอาเป็นว่า google adsense ก็คือ โฆษณาจากทาง google นั่นแหละครับ ผมสมัครไปนานแล้วครับ หลายปีมาแล้ว ก่อนตกงานอีก แต่ตอนนี้คิดว่าจะเอาจริง หาเงินผ่านเว็บน่าจะพอได้ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ไม่คุ้มค่าเหนื่อย แต่ก็ต้องทำต่อไป เพราะมันเข้าสายเลือดซ่ะแล้ว

ว่างมาก ทำอะไรดี ผมขอสรุปเป็นหัวข้อเลยดีกว่า
1. ทำเว็บไซด์ สำหรับผม เป็นความชอบส่วนตัว
2. เรียบเรียง resume และฝึกฝนภาษาอังกฤษ
3. นั่งรถเมล์เล่นไปเรื่อย ๆ เฉพาะรถเมล์ฟรีน๊ะครับ อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวที่อยากจะทำ จะได้ดูว่าตอนนี้บ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้าง มีช่องทางทำมาหากินอะไรบ้าง

ข้อห้ามอย่าทำ
1. อย่านำเงินที่เหลืออยู่ไปลงทุน ถ้าไม่มีความรู้ หรือพื้นฐานการทำธุรกิจนั้น ๆ มาก่อน ถ้าจะลอง ก็คงไม่ว่ากันน๊ะครับ แต่ให้เป็นส่วนน้อยที่จะทำเท่านั้น
2. อย่าทำธุรกิจ ที่เป็นลักษณะ MLM หรือเรียกตามประสาชาวบ้าน คือ ธุรกิจลูกโซ่
3. อย่าหลงเชื่อคำชักชวนทางโทรศัพท์ ในการทำธุรกิจ ผมได้รับโทรศัพท์ ทั้งจากประกันชีวิต และ MLM แต่ผมก็หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตก่อนเสมอ สรุปว่า มันหลอก!!!

สรุปแล้วก็คือ ให้ตกงานต่อไปอย่างนั้นหรือเปล่า
คำตอบคือ คงไม่ใช่ ผมอยากให้ทุก ๆ ท่าน ค่อย ๆ คิด หาที่ปรึกษาดี ๆ ที่ไว้ใจได้ถ้าต้องการทำอะไรซักอย่าง ทุกวันนี้ผมก็นั่งคิด นอนคิด ยืนคิดอยู่ตลอดว่า ถ้าผมตกงานอยู่ 2 ปี ผมจะทำยังไง ความคิดแล่นเข้ามา ขับแท็กซี่ซิ, ขายกาแฟดีกว่า, ขายของตลาดนัด, ซื้อล๊อตเตอรี่ด้วย คิดมา 3 เดือนแล้วครับ สุดท้าย ก็ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะกลัวว่า ถ้าลงทุนไป จะทำให้เงินเหลือน้อยลงไปอีก

สำหรับผมแล้ว ผมยังคงต้องตั้งหลักให้มั่น ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อีกเยอะก่อนที่จะเริ่มทำอะไร ผมมีเวลาอีกประมาณ 3 เดือนที่ผมวางไว้ว่า ผมจะต้องหาเงินให้ได้ แล้วคอยติดตามชมน๊ะครับว่าผมจะทำอย่างไร

หมั่นทบทวน และฝึกฝน

คนตกงานหลาย ๆ คน ก็มืดมนหนทางเหมือนกันว่าจะเริ่มยังไงดี ถ้าคิดที่จะทำงานบริษัทอีกครั้ง ผมขอแนะนำให้เตรียมการอยู่ 2 อย่างด้วยกัน นั่นคือ

1. เขียน resume
สิ่งหนึ่งที่ผมต้องมี ก็คือ resume ที่ดูดี เผื่อจะมีงานที่เหมาะสมกับเรา การเขียน resume ผมขอแนะนำให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ จะมีสองฉบับทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยก็ได้ ถ้ามีโอกาส ผมจะหาตัวอย่างการเขียน resume มาฝาก

การเขียน resume ก็เหมือนกับการรวบรวมประสบการณ์ที่เราได้ทำมา พยายามนั่งคิด นอนคิด ยืนคิด เดินคิด ว่าตลอดเวลาที่เราทำงานอยู่มีอะไรที่เป็นไฮไลท์ เมื่อเรานึกถึงแล้วทำให้เกิดความภาคภูมิใจได้ แล้วก็ความรู้ต่าง ๆ ที่เราได้รับมาจากที่ทำงานเดิม หรือก่อนหน้านั้น

เมื่อเรามี resume เป็นของเราเองแล้ว แน่นอนว่า สิ่งที่เราเขียนลงไป จะเป็นตัวบอกว่าเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลาย ๆ คนเขียน resume สวยหรู แต่ไม่รู้ลึกอย่างถ่องแท้ เพราะฉะนั้น ให้เราหาข้อมูล หาความรู้เฉพาะในส่วนที่เราเขียนเพิ่มเติม และหมั่นทบทวนอยู่ตลอดเวลา เพราะขณะสัมภาษณ์ คงไม่ดีแน่ถ้าจะมานั่งนึก คิดว่าเราทำอะไรไปบ้าง ควรจะถามปุ๊บตอบปั๊บ ให้เหมือนกับเป็นมืออาชีพ

2. ฝึกฝนภาษาอังกฤษ
ภาษาอังกฤษ ถือได้ว่ามีส่วนสำคัุญที่จะทำให้เราได้งานทำ ในช่วงนี้แหละเป็นโอกาสที่วิเศษที่สุด ที่เราจะมีเวลามาศึกษาภาษาอังกฤษ ถ้าพอจะมีงบหน่อย ผมว่าหาสถาบันที่ใกล้ ๆ บ้านแล้วก็สมัครเรียนซ่ะ ครั้นจะมาศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง มันก็ทำได้เหมือนกันน๊ะ แต่จะไม่ค่อยอดทนเท่าไร

นอกจากภาษอังกฤษแล้ว ภาษาที่น่าสนใจก็คือ ภาษาญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส ถ้าเรียนรู้ได้ ก็จะดีมาก ๆ น๊ะครับ สำหรับตัวผมเอง ขอแค่ภาษาอังกฤษก็พอแล้วครับ

 

© 2013 คนตกงาน. All rights resevered. Designed by Templateism

Back To Top